<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0"><channel><atom:link rel="hub" href="http://tumblr.superfeedr.com/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"/><description>We love Vintage Kids Clothes. 
Now,We’re making our dream.

Facebook.com/brownasaberryshop</description><title>brown as a berry</title><generator>Tumblr (3.0; @brownasaberry)</generator><link>http://brownasaberry.tumblr.com/</link><item><title>✿ 15 ปี เฟอร์บี้ ของเล่นในความทรงจำ</title><description>&lt;h1&gt;&lt;img alt="บล็อคของ เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" src="http://www.saraproft.net/blog/wp-content/uploads/2008/06/furbyaf001_2.jpg"/&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;credit : http://www.saraproft.net/blog&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ช่วงนี้ หันไปทางไหน ใครๆก็ฮิตเจ้าตัว&lt;strong&gt; เฟอร์บี้ (Furby)&lt;/strong&gt; กันทั้งนั้นเลย สำหรับเด็กๆ จนไปถึงวัยรุ่นทั้งหลาย ตอนนี้เฟอร์บี้ถือได้ว่าเป็นของเล่นอินเทรนที่สุด แต่สำหรับคุณผู้ใหญ่หลายๆคน เฟอร์บี้  ในความทรงจำ ก็เป็นความทรงจำดีๆ น่ารักๆ สมัยวัยรุ่นเช่นกัน ถือได้ว่าเป็นของเล่นที่มีจุดร่วมยุคของคุณแม่กับคุณลูกๆหลายๆคนเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อ 15 ปีก่อน เจ้าเฟอร์บี้ คือของเล่นสุดฮิตที่เด็กน้อยไปถึงเด็กวัยรุ่น อยากได้มาครอบครองมากที่สุดของยุค 1990s &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" target="_blank"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt; ทั้งที ก็คงไม่ได้มาเล่าถึง &lt;strong&gt;เฟอร์บี้ &lt;/strong&gt;ที่กำลังฮิตๆกันอยู่ในยุคนี้แน่นอน แต่จะพาคุณพ่อคุณแม่ ย้อนกลับไปหาเจ้า เฟอร์บี้ แห่งยุค 1990s เป็นการระลึกความทรงจำกันสักหน่อย :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;strong&gt;เฟอร์บี้ &lt;/strong&gt;เป็นของเล่นอิเลคโทรนิคเมื่อ 15 ปีก่อน ที่ฮิตถึงขนาดที่ว่า แม้แต่ร้านของเล่นยักษ์ใหญ่ในโลกอย่าง “Toy R US” ก็ยังไม่สามารถรับมือกับความต้องการเจ้า&lt;strong&gt;เฟอร์บี้ &lt;/strong&gt;จนทำให้หน้าร้านทุกร้านวุ่นวายไปทั้งอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="บล็อคของ เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" src="http://receptionchronicles.files.wordpress.com/2012/01/furby3.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;credit : &lt;span&gt;lainers-mansueto.blogspot.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; เฟอร์บี้ดั้งเดิม หน้าตาก็เหมือนกับเฟอร์บี้ปัจจุบันมาก ผิดก็แค่กลไกบางอย่างที่ยังไม่สามารถผลิตด้วยอิเลคโทรนิคได้มากเหมือนสมัยนี้ หน้าตามีลักษณะคล้ายนกฮูก มีหูใหญ่ แต่ละตัวมีบุคคลิกที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ที่สุดของเฟอร์บี้ เฟอร์บี้ตอนเด็กๆ จะพูดภาษา &lt;strong&gt;Furbish&lt;/strong&gt; ( มีคำศัพท์ Furbish อยู่ราวๆ สองร้อยคำ) โดยเจ้าของสามารถฝึกให้ เฟอร์บี้ พูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งความสามารถของเฟอร์บี้ สามารถพูดประโยคได้ราวๆ 800 ประโยค เมื่อเราใส่แบตเตอรี่ให้เฟอร์บี้ สิ่งแรกที่เฟอร์บี้จะพูดก็คือ ชื่อของมันในภาษา&lt;strong&gt; Furbish. &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; เฟอร์บี้กำเนิดขึ้นในยุคที่ของเล่นเริ่มถูกพัฒนาโดยใช้คอมพิวเตอร์มาเป็นส่วนหนึ่งของกลไก ทำให้มีความแปลกใหม่ และแตกต่าง สมัยนั้น เฟอร์บี้ให้ชิปคอมพิวเตอร์ 80k เป็นกลไกหลักในการฟังและพูด  วงจรคอมพิวเตอร์ของเฟอร์บี้ เชื่อมต่อกับวงจร 2 ตัวที่เป็นแบบสุ่มเดา ทำให้ไม่สามารถคาดเดาการทำงานของมันได้ กลไกของตา สามารถตอบรับแสงมากน้อยได้ ตาของเฟอร์บี้จะกว้างเมื่อมีแสงมาก และจะหรี่ตาเหมือนง่วง เมื่อแสงมืด เมื่อพวกมันหลับ แล้วเราพยายามไปเปิดตา มันก็อาจจะบ่นกับพวกเราว่า&lt;em&gt; “Boo a-hoh!”&lt;/em&gt; เป็นภาษา Furbish แปลว่า “ปิดไฟนะ! พวกมันยังสามารถคุยกันเองได้ ผ่านอินฟราเรดที่ติดตั้งอยู่บริเวณระหว่างตาสองข้าง และ พวกมันไม่มีปุ่ม เปิด/ปิด..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="บล็อคของ เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" src="http://www.phobe.com/furby/dontstealpix.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; กลไลของเฟอร์บี้ credit : http://www.phobe.com/furby/&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  &lt;strong&gt;เฟอร์บี้ (Furby) &lt;/strong&gt;ผลิตโดยบริษัท &lt;strong&gt;Tiger Electronics&lt;/strong&gt; ซึ่งมาจากไอเดียของ &lt;strong&gt;Dave Hampton&lt;/strong&gt; กับ &lt;strong&gt;Caleb Chung&lt;/strong&gt; ถูกพัฒนาเป็นต้นแบบโดย&lt;strong&gt; Richard C.Levy&lt;/strong&gt; นักประดิษฐ์ของเล่นอิสระ ที่สร้างของเล่นมาแล้วกว่า 200 ชิ้น สินค้าที่ Levy คิดค้น ทำมูลค่าในตลาดไปมากเป็นหมื่นล้านเหรียญในช่วงการทำงานของเขา &lt;/p&gt;
&lt;p&gt; เฟอร์บี้ ปรากฏตัวครั้งแรกในงาน &lt;strong&gt;The American International Toy Fair&lt;/strong&gt; เมื่อปี 1998 จนกระทั่งวางจำหน่ายครั้งแรกในปลายปีเดียวกันนั้นเอง ด้วยราคาขายที่ $35 ทันทีที่วางจำหน่าย เฟอร์บี้ก็ขายดีอย่างมาก ว่ากันว่าในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ปี 98 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงประวัติศาสตร์ของเฟอร์บี้ เพราะมีการแย่งซื้อกันเกือบจะเป็นจราจลกันในทุกร้านที่มีการขายเฟอร์บี้ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt; ในยุคที่การขายของบนอินเตอร์เน็ต ยังไม่ได้รับความเชื่อถือเหมือนสมัยนี้ แต่เฟอร์บี้ ถูกประมูลขายบน &lt;strong&gt;eBay&lt;/strong&gt; ในราคาที่สูงขึ้นไปถึงหลายร้อยเหรียญเลยทีเดียว และแค่ช่วงเวลาเทศกาลนั้น เฟอร์บี้ขายไปได้ถึง 1.8ล้านตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; ในปี 1999 เฟอร์บี้ถูกขายไป 24 ล้านตัว และในปี 2000 อีก 16 ล้านตัว แสดงว่าในโลกนี้ เรามีคุณลุงเฟอร์บี้กระจายอยู่ทั่วโลกอีกมากมาย เฟอร์บี้สามารถพูดได้ถึง 24 ภาษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; แม้แต่&lt;strong&gt; McDonald’s &lt;/strong&gt;ก็ยังต้องทำแคมเปญ ผลิตเฟอร์บี้ รุ่นพิเศษเพื่อแถมกับชุด &lt;strong&gt;Happy Meals&lt;/strong&gt; ใช้ชื่อว่า &lt;strong&gt;The McFurbys.&lt;/strong&gt; ( ปี 1999 ถึง 2001 ) ออกมาถึง 80แบบ ถือว่าเป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ &lt;strong&gt;McDonald’s&lt;/strong&gt; เลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="บ" src="http://web-images.chacha.com/images/awesome-fast-food-toys-from-the-90s-1271910109-jul-22-2012-600x400.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; The McFurbys 1999 credit&amp;#160;: &lt;a href="http://www.chacha.com"&gt;www.chacha.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; ในเดือน มกราคมปี 1999&amp;#160;&lt;strong&gt;BBC&lt;/strong&gt; รายงานว่า &lt;strong&gt;เฟอร์บี้&lt;/strong&gt; ถูกแบนโดย สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเกรงว่า เฟอร์บี้อาจจะได้ยินความลับทางราชการในที่ประชุมและพูดสิ่งนั้นซ้ำๆได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; เล่ามาถึงตอนนี้แล้ว ในยุคที่เฟอร์บี้ไฮเทคกว่าเมื่อ 15ปีก่อนมากมาย แต่ความผูกพันกับของเล่นสมัยก่อน เทคโนโลยีไหนก็คงแทนกันไม่ได้ ใครที่เคยเป็นเจ้าของคุณลุงเฟอร์บี้ ก็คงอยากจะขุดเอาออกมาจากลังเก็บของ ออกมาทักทายกัน คิดถึงอดีตสมัยวัยรุ่นกันหน่อยใช่มั๊ยคะ :) &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" target="_blank"&gt; &lt;/a&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" target="_blank"&gt;เสื้อผ้าเด็ก&lt;/a&gt; สไตล์วินเทจ Brown as a berry&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;iframe frameborder="0" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/PHWcBbf0Eng" width="420"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/43057954866</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/43057954866</guid><pubDate>Thu, 14 Feb 2013 11:49:40 +0700</pubDate><category>เฟอร์บี้</category><category>Furby</category><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>ของเล่นเด็ก</category><category>วินเทจ</category></item><item><title>✿ แฟชั่นกี่เพ้า รับตรุษจีน</title><description>&lt;p&gt;  &lt;img alt="" height="212" src="https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/550193_474231742624205_2013123285_n.png" width="572"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" height="437" src="https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/316570_435874643126582_975929851_n.jpg" width="291"/&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ" height="438" src="https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-frc1/249334_435874873126559_2086152312_n.jpg" width="292"/&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ทันไร ก็เข้าสู่เดือนที่ 2 ของปี 2556 ซะแล้วนะคะ เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ นอกจากจะเป็นเดือนแห่งความรักแล้ว ปีนี้ก็ยังมีวันสำคัญของชาวจีน รวมไปถึงชาวไทยเชื้อสายจีนด้วย นั่นก็คือ วันตรุษจีน &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ใกล้วันวาเลนไทน์ทีเดียว เรียกได้ว่าฉลองตรุษจีนเสร็จก็ฉลองวันวาเลนไทน์กันต่อได้เลยนะคะ :) วันนี้ &lt;strong&gt;Brown as a berry&lt;/strong&gt; เลยมาเล่าเกร็ดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับวันตรุษจีน และแฟชั่นวันตรุษจีนสักหน่อยดีกว่า &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนอื่น ท้าวความที่มาของวันตรุษจีนกันสักเล็กน้อยนะคะ วันตรุษจีนนั้นมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ามีมากว่า 3,600 ปีแล้ว โดยเป็นวันที่ถูกกำหนดว่าให้เป็นวันเริ่มต้นปี ตามปฏิทินจันทรคติของชาวจีน ซึ่งเป็นวันที่เปลี่ยนจากฤดูหนาวมาสู่ฤดูใบไม้ผลิ เสมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มีแต่ความสุข ดังนั้น วันตรุษจีนจึงเป็นวันแห่งความสุขที่สุดของปีของคนจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนื่องจากในปีๆหนึ่ง คนจีนจะเป็นชาติที่ทำงานหนักมาก เรียกได้ว่าไม่มีวันหยุดกันเลย ช่วงตรุษจีนนี้จึงเป็นวันหยุดช่วงเดียวของคนจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีนนั้น จะถือปฏิบัติตามประเพณี 3 วัน คือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.วันจ่าย เป็นวันเริ่มต้นก่อนวันตรุษจีน 2 วัน เป็นวันที่ต้องจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้และอาหารการกินเตรียมไว้สำหรับวันหยุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.วันไหว้ โดยจะเริ่มต้นไหว้เทพเจ้าก่อนในตอนเช้า ด้วยหมู เป็ด ไก่ ส่วนตอนสายจะเริ่มไหว้บรรพบุรุษ ไม่เกินตอนเที่ยง ส่วนตอนบ่ายๆจะไหว้ผีไร้ญาติ ด้วยขนมที่เรารู้จักกันดี คือ ขนมเข่ง และ ขนมเทียน &lt;/p&gt;
&lt;p&gt; 3.วันเที่ยว หรือ วันถือ วันนี้ก็คือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นวันที่ชาวจีนมักจะไหว้ขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพ โดยการนำเอาส้ม 4 ผลไปให้ ซึ่งส้มเป็นเหมือนตัวแทนของโชคลาภ ความสุข  สำหรับเด็กๆแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มักจะรอคอยกัน นั่นก็คือ อั่งเปา ซองแดงที่ผู้ใหญ่มักจะให้กับเด็กๆที่เรียกกันว่า แต๊ะเอีย นั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันปีใหม่ ชาวจีนจะงดทำบาป งดพูดจาไม่สุภาพ งดทำงานต่างๆ อาบน้ำแต่งตัวสวยๆสะอาดสะอ้าน และแน่นอนว่านี่ จึงเป็นที่มาของแฟชั่นในวันตรุษจีน ที่จะหนีไม่พ้น &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" target="_blank"&gt;&lt;strong&gt;กี่เพ้า&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; ที่กลายเป็นเสื้อผ้าสาวๆ และ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" target="_blank"&gt;เสื้อผ้าเด็ก&lt;/a&gt;ที่ฮิตตลอดกาลของเทศกาลนี้ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฉลองตรุษจีนนั้นไม่ได้มีแค่ในประเทศจีน หรือในประเทศใกล้เคียงเท่านั้น เนื่องจากคนจีนนั้นก็มีอาศัยอยู่ทั่วโลก อย่างเช่นภาพนี้ค่ะ เป็นการฉลองเทศกาลตรุษจีนในนครลอสแองเจลลิส ปี 1928 &lt;/p&gt;
&lt;div&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" height="307" src="http://latimesphoto.files.wordpress.com/2012/01/fa_531_chinesenewyear63_970.jpg" width="458"/&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" height="291" src="http://latimesphoto.files.wordpress.com/2012/01/fa_531_chinesenewyear67_970.jpg" width="459"/&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;credit&amp;#160;: Les Angeles Times&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;วัฒนธรรม และแฟชั่นจากชาวจีน จึงไม่ได้มีแค่ประเทศจีนเท่านั้น แต่เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมออกไปสู่ทั่วโลก เพราะคนจีนอาศัยอยู่ทุกหนแห่งของโลกจริงๆ&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ดังนั้น ปีใหม่ของจีน หรือ Chinese New Year จึงเป็นเทศกาลหนึ่งที่คนทั่วโลกรู้จักดี และเป็นอีกจุดเริ่มต้นในการผสมผสานแฟชั่นตะวันออกเข้าด้วยกันกับโลกตะวันตก&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" height="732" src="http://3.bp.blogspot.com/_ZyqibHCTYgo/TUnMN6H3VxI/AAAAAAAAAmo/eQfz7ZWLyUo/s1600/1950s.jpg" width="465"/&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;credit : http://superheidiz.blogspot.com&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;สำหรับสาวจีนนั้น การแต่งตัวสวยๆด้วย &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" target="_blank"&gt;กี่เพ้า&lt;/a&gt; เป็นการแสดงถึงการเริ่มต้นปีที่สดใส แสดงถึงความทันสมัย ก็มีให้เห็นมาคู่กันกับปีใหม่จีนมาตั้งแต่ยุค 1930s เช่นกันค่ะ เช่น ในปฏิทินในปีต่างๆ ก็มักจะเป็นรูปสาวสวยใส่กี่เพ้า &lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" src="http://bbs.whu.edu.cn/wForum/bbscon.php?bid=38&amp;amp;id=350073&amp;amp;ap=597"/&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;credit&amp;#160;: รูปจาก Hong Kong Musuem&amp;#160;: &lt;a href="http://bbs.whu.edu.cn"&gt;http://bbs.whu.edu.cn&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;ปีใหม่จีนปีนี้ อย่าลืมแต่งตัวกันสวยๆหล่อๆกันทุกคนนะคะ และ Brown as a berry ก็ขออวยพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุข ร่ำรวย มีแต่โชคลาภ สมปรารถนากันทุกๆเรื่องนะคะ :)&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก สไตล์วินเทจ brown as a berry" target="_self"&gt;เสื้อผ้าเด็ก&lt;/a&gt; Brown as a berry Kids Clothes&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;www.brownasaberryshop.com&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;div&gt; &lt;/div&gt;
&lt;/div&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/42032244894</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/42032244894</guid><pubDate>Sat, 02 Feb 2013 00:56:00 +0700</pubDate><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>ชุดเด็ก</category><category>แฟชั่นเด็ก</category><category>กี่เพ้า</category><category>ตรุษจีน</category><category>อั่งเปา</category><category>แต๊ะเอีย</category></item><item><title>✿ บอกรักแบบคลาสสิคตลอดกาล ด้วยการ์ดวาเลนไทน์ </title><description>&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก ชุดเด็ก Brown as a berry" src="https://fbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/602418_435874529793260_1146018727_n.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &lt;em&gt;Brown as a berry &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry" target="_blank"&gt;เสื้อผ้าเด็ก&lt;/a&gt; สไตล์วินเทจ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เผลอแป๊ปเดียว ปีนี้ก็ย่างเข้าเดือนที่ 2 แล้ว เดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่ทุกคนมักจะต้องนึกถึงวันวาเลนไทน์ จนทำให้เดือนกุมภาพันธ์เป็นตัวแทนของเดือนแห่งความรักไปซะแล้ว &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันวาเลนไทน์เปลี่ยนแปลงมุมมองไปตามวัยของพวกเราทุกๆคน สมัยพวกเรายังเป็นเด็กๆ วันวาเลนไทน์เป็นวันที่เราจะซื้อสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ พกไปโรงเรียนกัน เพื่อจะได้เอาไปแปะเสื้อคนที่เราชอบ เพื่อนที่เรารัก ใครที่เพื่อนๆให้ความสนใจมากๆ ก็มักจะมีสติ๊กเกอร์รูปหัวใจติดเต็ม&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry" target="_blank"&gt;เสื้อเด็ก&lt;/a&gt;นักเรียนกลับบ้านไป &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  พอเราเริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาวกัน วันวาเลนไทน์ก็ดูโลกสดใสมากที่สุด ยิ่งถ้ากำลังแอบชอบใครอยู่ด้วยแล้ว ก็อยากจะเขียนบอกความรู้สึกให้เขาได้อ่าน สิ่งที่มาคู่กับวันวาเลนไทน์ นอกจากจะเป็นดอกกุหลาบสีแดง ช็อคโกแลตแล้ว สิ่งหนึ่งที่คลาสสิคตลอดกาล แม้ว่าวันนี้จะมี Whatsapp มี LINE มีช่องทางมากมายให้สื่อสารถึงกัน แต่ การ์ดวาเลนไทน์ กลับเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการสื่อสารอื่นๆเป็นไหนๆ วันนี้ Brown as a berry  อาสาเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการ์ดวาเลนไทน์ตั้งแต่อดีตให้อ่านกันสนุกๆดีกว่าค่ะ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt; ว่ากันว่า ก่อนที่การ์ดวาเลนไทน์จะกำเนิดขึ้น ทุกอย่างนั้น เริ่มต้นมาจากความที่มนุษย์อยากจะบอกความรู้สึกของตัวเองให้กับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลออกไปก็ตาม ในสมัยก่อนนั้นนั้น การทักทายกันในวันวาเลนไทน์เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง (Middle Ages) ซึ่งเริ่มต้นจากการที่คู่รักมักเขียนบทกลอนหรือร้องเพลงที่แสดงออกถึงความรักให้กัน นักเขียนเกี่ยวกับวาเลนไทน์เริ่มปรากฏเป็นหลักฐานประมาณช่วงปี 1500 พบเป็นกระดาษที่เขียนเอาไว้ ในยุโรปมีการส่งเป็นของขวัญหรือเป็นเพลงเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักเขียน นักกวีที่เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ ที่พบหลักฐานชัดเจนเป็นคนแรกก็คือ Charles, Duke of Orleans ผู้ถูกคุมขังอยู่ใน Tower of London หลังจากเหตุการณ์&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;ยุทธการที่อาแซ็งกูร์&lt;/a&gt;  (Battle of Agincourt) ราวปี 1415 หลักฐานส่วนใหญ่ เป็นข้อความที่เขียนเป็นบทกลอนหวานซึ้งถึงภรรยาอันเป็นที่รักในฝรั่งเศส หลักฐานราวๆ 60 ชิ้นปัจจุบันถูกแสดงและเก็บรักษาอยู่ใน British Museum ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวาเลนไทน์ในยุค Modern หรือยุคที่ผู้คนกำลังจะสร้างการ์ดวาเลนไทน์ส่งให้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry" src="http://3.bp.blogspot.com/--l8shuFJQAk/TzkGCb2MRmI/AAAAAAAAGCo/JeDyrMkPIbk/s1600/Valentine+1.gif"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงศตวรรษที่16 เกิดนักเขียนหน้าใหม่ ที่เขียนเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มากขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงศตวรรษที่ 17 ความนิยมก็กระจายออกไปทั้งในประเทศอังกฤษและประเทศทางตะวันตก การเขียนหาเพื่อนและคนรัก พร้อมทั้งมอบของขวัญให้กันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราวต้นศตวรรษที่ 17 กษัตริย์ Charles ที่ 2 ของสวีเดน ได้เดินทางกลับมาที่สวีเดน พร้อมทั้งนำเอาเรื่องของชาวเปอร์เซียเกี่ยวกับความหมายของดอกไม้ หรือที่รู้จักกันว่า “Language of Flowers” มาด้วย มันได้ถูกตีพิมพ์ในวงกว้าง และส่วนหนึ่งในนั้นได้พูดถึงความหมายของดอกกุหลาบสีแดง ที่เชื่อว่าเป็นดอกไม้ของเทพวีนัส ซึ่งเป็นตัวแทนของความรัก จนเป็นที่มาที่คนทั่วไปรับรู้ว่า ดอกกุหลาบสีแดงคือตัวแทนของวันวาเลนไทน์นั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; กลับมาถึงเรื่องของการ์ดวาเลนไทน์กันต่อ หลังจากปี 1723 ความนิยมของการ์ดวาเลนไทน์ในฝั่งอเมริกาเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากอังกฤษ และข้อความส่วนใหญ่ถูกเขียนโดยนักเขียนอังกฤษ ในการ์ดวาเลนไทน์มักจะถูกตกแต่งด้วยเลื่อมทองตามขอบกระดาษ และข้อความมักจะเป็นการเขียนเพื่อให้ชายส่งไปเพื่อให้ฝ่ายหญิงสามารถตอบกลับได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานการ์ดวาเลนไทน์ในยุค Pre-Victorian เป็นงานทำมือ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีน้ำวาด ใชัหมึกสี บางครั้งก็ตกแต่งด้วยผ้าไหม หรือผ้าซาติน เพิ่มดอกไม้ใบไม้จริง ทำให้งานออกมาดูสวยงามมาก ไม่เหมือนใคร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การ์ดวาเลนไทน์อีกแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมในช่วงปี 1840-1860 คือ “Daguerreotype” คือการถ่ายรูปในแบบโบราณ ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีฟิล์ม แต่จะใช้เป็นดีบุกแทน โดยที่จะตกแต่งรอบๆเป็นกรอบในแบบต่างๆกันออกไป กลายเป็นการ์ดกึ่งของขวัญที่ใช้มอบให้กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; ช่วงต้นศตวรรษที่ 1800s การ์ดวาเลนไทน์เริ่มถูกผลิตในรูปแบบของโรงงานมากขึ้น จากเดิมที่มักผลิตด้วยงานมือ เนื่องจากมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ การตกแต่งการ์ดก็เริ่มมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้ดิ้นเงินดิ้นทองจริงๆมาประดับ หรือริบบิ้น รวมไปถึงผ้าลูกไม้ต่างๆ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงเวลานั้น มีศิลปินที่มีชื่อเสียงในการวาดการ์ดวาเลนไทน์อยู่หลายคนที่มีชื่อเสียง คนแรก นั่นก็คือ Kath Greenaway (1846-1901) ศิลปินชาวอังกฤษซึ่งวาดลายเส้นต่างๆให้กับหนังสือเด็กด้วย งานของ Kath จึงมีส่วนประกอบเป็นรูปเด็กเป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry" src="http://www.indiana.edu/~liblilly/valentines/images/small/014.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;em&gt;ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์ ของ Kath Greenaway : http://www.indiana.edu&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกคนหนึ่งที่ถือว่าเป็นผู้ผลิตการ์ดวาเลนไทน์ชื่อดังของอเมริกาในยุคนั้น ต้องยกให้กับ Ester A. Howland ในช่วงปี 1840 เธอเริ่มผลิตการ์ดวาเลนไทน์ขายในวงกว้าง เธอได้รับฉายาว่า “Mother of the Valentine” เลยทีเดียว เดิมที พ่อของ Ester เป็นผู้นำเข้าเครื่องเขียน รวมไปถึงการ์ดวาเลนไทน์จากอังกฤษ ด้วยงานผลิตการ์ดวาเลนไทน์ที่สวยงามด้วยวัสดุประกอบหลากหลาย รูปเป็นรูปสี มาปะติดปะต่อกัน หรือที่เราเรียกกันว่าวิธี “Scrap” ในปัจจุบัน ธุรกิจของเธอเติบโตเป็นอย่างมาก เคยทำรายได้ถึงปีละ $100,000 ทีเดียว ซึ่งในยุคนั้นถือได้ว่าเป็นเงินมหาศาล จนภายหลังเธอได้ขายกิจการนี้ไปในปี 1881&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry" src="http://www.victoriana.com/VictorianValentine/images/EstherHowlandcouple.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &lt;em&gt;ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์ ของ Ester A. Howland : http://www.victoriana.com&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงยุค Victorian ราวปี 1890-1917 การ์ดวาเลนไทน์ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากการขนส่งไปรษณีย์ที่ทันสมัยมากขึ้น จากเดิมที่ค่อนข้างไม่สะดวก และมีราคาแพง ทำให้คนไม่นิยมส่งกันเท่าไหร่ แต่เมื่อมีระบบไปรษณีย์ที่ดี ที่เรียกกันว่า “Penny Post” คือส่งโดยใช้แสตมป์ราคา 1 เพนนีเท่านั้น การส่งการ์ดวาเลนไทน์จึงได้รับความนิยมในวงกว้างทันที เราเรียกการ์ดวาเลนไทน์ในยุคนั้นว่า “Penny Postcards” การ์ดในยุคนี้ถือเป็นของสะสมที่เป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมของยุค Victorian และ Edwardian มากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก ชุดเด็ก Brown as a berry" src="http://www.pennypostcards.com/valentines/valentines7.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &lt;em&gt;ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์แบบ Penny Postcard : http://www.pennypostcards.com&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; นอกจากราคาการขนส่งไปรษณีย์ที่ราคาถูกลงแล้ว เทคโนโลยีทางการพิมพ์ในยุค 1900s เอง ก็มีส่วนอย่างมากที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในสมัยนั้น ที่จากเดิมมักเขียนจดหมายหากันในเทศกาลต่างๆ ความนิยมของการ์ดแบบพิมพ์ ช่วยให้คนสะดวกในการส่งจดหมายแสดงความคิดถึงต่อกันแทนลายมือตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;img alt="เสื้อผ้าเด็ก แฟชั่นเด็ก Brown as a berry" src="http://www.victoriana.com/VictorianValentine/images/winschpostcard.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &lt;em&gt;ตัวอย่างการ์ดวาเลนไทน์ในปี 1910ที่เริ่มใช้การพิมพ์เป็นหลัก  : http://www.victoriana.com&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทุกวันนี้ การ์ดวาเลนไทน์กว่า 1พันล้านใบ ถูกส่งให้กันในวันวาเลนไทน์ในแต่ละปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่คนนิยมส่งการ์ดหากันเป็นอันดับ 2 รองจากเทศกาลคริสมาสต์ ที่มีการส่งราวๆ 2พัน6ร้อยล้านใบในทุกๆปี และแน่นอนว่า การ์ดวาเลนไทน์ กว่า85% ถูกส่งจากสาวๆทั้งนั้นเลยค่ะ ;) &lt;/p&gt;
&lt;p&gt; ✿ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry" target="_blank"&gt;เสื้อผ้าเด็ก&lt;/a&gt; สไตล์วินเทจ Brown as a berry&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ &lt;a href="http://www.facebook.com/brownasaberryshop" title="เสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry" target="_blank"&gt;Facebook.com/BrownAsaBerryShop&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry" target="_blank"&gt;BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;✿ สาขา ชั้น 2 Gateway เอกมัย และ สาขา The Circle ราชพฤกษ์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/41812449859</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/41812449859</guid><pubDate>Wed, 30 Jan 2013 05:13:00 +0700</pubDate><category>วาเลนไทน์</category><category>บอกรัก</category><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>การ์ด</category><category>ชุดเด็ก</category><category>วินเทจ</category><category>แฟชั่นเด็ก</category><category>vintage</category><category>valentine</category></item><item><title>✿ ที่มาของ กี่เพ้า เดรสแสนสวีตสุดคลาสสิค </title><description>&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/249334_435874873126559_2086152312_n.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Polka Dot Sweet &lt;span&gt;✿ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;เสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;            ในทุกๆคอลเลคชั่นของ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt; เรานำเอาสไตล์เสื้อผ้าที่คลาสสิคๆในอดีต มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ  &lt;strong&gt;&amp;#8220;กี่เพ้า&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ก็เป็นอีกหนึ่งสไตล์เสื้อผ้าคลาสสิค ที่ดีไซน์เนอร์ของเรา หยิบเอามาปรุงแต่ง จนกลายเป็น เสื้อผ้าเด็ก ในแบบของ Brown as a berry &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;            วันนี้ &lt;strong&gt;Brown as a berry&lt;/strong&gt; เลยหยิบเอาเรื่องราวของ &lt;strong&gt;&amp;#8220;กี่เพ้า&amp;#8221;&lt;/strong&gt; มาให้ทุกๆคนได้อ่านกันค่ะ :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;           &lt;a href="http://brownasaberryshop.com/product-th-898184-5041300-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AA+%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7+%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%B2+%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81+%E2%9C%BF+%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81+%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%88.html" target="_blank"&gt; กี่เพ้า&lt;/a&gt; ที่เราเรียกกันติดปากนี้ อ่านออกเสียงในภาษาจีนกลางว่า &lt;strong&gt;qípáo (ฉีผาว) &lt;/strong&gt;หรือ &lt;strong&gt;&amp;#8220;Cheongsam&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ออกเสียงสำเนียงกวางตุ้ง เป็นเดรสชิ้นเดียว สำหรับผู้หญิง ส่วนใหญ่ผลิตจากผ้าไหม ลักษณะของ กี่เพ้า จะรัดตรงทั้งตัว ตั้งแต่ส่วนบนถึงส่วนล่าง หรือ อาจจะบานลงส่วนปลายเล็กน้อย คล้ายๆรูปตัว A  และผ่าด้านข้าง เพื่อความสะดวก นอกจาก กี่เพ้า สำหรับผู้หญิงแล้ว ยังมี&lt;strong&gt; Changshan&lt;/strong&gt; ซึ่งใช้สำหรับผู้ชายอีกด้วย &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;            &lt;a href="http://brownasaberryshop.com/product-th-898184-5041300-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AA+%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7+%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%B2+%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81+%E2%9C%BF+%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81+%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%88.html" target="_blank"&gt;กี่เพ้า&lt;/a&gt; เป็นเดรสที่ใส่ในลักษณะค่อนข้างรัดรูป พอดีตัว ยาวคลุมถึงท่อนขา ผ่าด้านข้าง มีบทบาทอย่างมากใน เซี่ยงไฮ้ ยุคปี 1920 ถือว่าเป็นแฟชั่นสำหรับสังคมชั้นสูง ช่วงปลายราชวงศ์ชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;            กำเนิด &lt;strong&gt;กี่เพ้า&lt;/strong&gt; นั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยที่แมนจูปกครองประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ชิง คนแมนจูกลายเป็นชนชั้นสูงในสังคม ผู้หญิงแมนจูมักจะใส่ชุดเดรสชิ้นเดียว ซึ่งแต่เดิม เป็นชุดที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวแมนจูทั้งชายและหญิง คล้ายกับ กี่เพ้า ใช้ผ้าคล้ายๆกัน แต่เรียกว่า &lt;strong&gt;ChangPao&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_63ubahGk99A/S_FJn5LggSI/AAAAAAAAB4k/j0njFgHC48Q/s400/%E7%88%B1%E6%96%B0%E8%A7%89%E7%BD%97%C2%B7%E6%81%92%E9%A6%A8.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;เจ้าหญิงในราชวงศ์ชิงตอนปลาย (ปลายศตวรรษที่ 19)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit : http://poeticoneirism.blogspot.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;               แม้แต่ผู้หญิงในตระกูลขุนนาง และราชวงศ์ในสมัยราชวงศ์ชิง ก็ใส่ชุด &lt;strong&gt;กี่เพ้า&lt;/strong&gt; นอกจากนั้นแล้ว ตั้งแต่ยุคต้นๆราชวงศ์ชิง (ประมาณปี 1645) ก็ยังมีการออกกฏให้ชาวฮั่นทุกคนใส่ชุด กี่เพ้า รวมไปถึงการตัดผมทรงแมนจู ซึ่งผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษประหาร &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;              มีตำนานเกี่ยวกับ &lt;strong&gt;กี่เพ้า&lt;/strong&gt; เล่าไว้ว่า มีหญิงสาวชาวประมงคนหนึ่ง อาศัยอยู่บริเวณทะเลสาป จิงโป นอกจากจะเป็นคนสวยแล้ว ยังเป็นหญิงสาวที่มีความฉลาดและเก่งมากอีกด้วย แต่ทุกครั้งที่เธอออกหาปลา เธอมักรู้สึกขัดใจกับชุดที่ยาวและลุ่มล่ามของเธอ เธอจึงคิดว่า น่าจะออกแบบชุดเดรสที่เหมาะกับการหาปลาของเธอมากกว่านี้ เธอจึงออกแบบให้มีลักษณะคล้ายเสื้อคลุมยาว ติดกระดุมเป็นแถวที่สามารถเปิดที่ด้านหน้าได้ นั่นทำให้งานของเธอง่ายขึ้นเยอะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;              ขณะเดียวกัน จักรพรรดิหนุ่มของจีนในเวลานั้น เกิดนิมิตฝันขึ้นในคืนหนึ่ง ในฝัน พระบิดาของจักรพรรดิที่ได้สวรรคตไปแล้ว มาบอกว่า หญิงสาวชาวประมงแถวทะเลสาป จิงโบ ใส่ชุด&lt;strong&gt; กี่เพ้า&lt;/strong&gt; จะได้กลายมาเป็นพระราชินี. หลังจากที่จักรพรรดิทรงตื่นขึ้น จึงส่งคนไปตามหาหญิงสาวชาวประมงคนนั้น และก็ได้พบตัวหญิงสาวผู้นั้น ในที่สุด หญิงสาวชาวประมงกับชุด &lt;strong&gt;กี่เพ้า&lt;/strong&gt; ของเธอ ก็กลายเป็นที่นิยมของชาวแมนจูไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;              รูปทรงดั้งเดิมของ &lt;strong&gt;กี่เพ้า&lt;/strong&gt; จะเป็นทรงกว้าง หลวมๆ คลุมรูปร่างเกือบทั้งตัวของผู้หญิง จะเหลือก็เพียง หัว , มือ , เท้า เท่านั้น ซึ่งในเวลาต่อมา ยุคปี 1920 ในเซี่ยงไฮ้ กี่เพ้า ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ เนื่องจากคนในยุคนั้น ต้องการอะไรที่แฟชั่น ทันสมัย ซึ่ง กี่เพ้า กลายเป็นแฟชั่นที่โดนใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;              &lt;strong&gt;กี่เพ้า&lt;/strong&gt; ถูกปรับปรุงให้รัดรูป สั้นขึ้น โชว์ทรวดทรง แตกต่างจาก กี่เพ้า ดั้งเดิมมาก กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อ กี่เพ้า ในยุคนั้นก็จะเป็นชนชั้นสูง,บุคคลที่มีชื่อเสียง เดิมที กี่เพ้า ในยุคนั้นถูกเรียกว่า &lt;strong&gt;Zansae&lt;/strong&gt; หรือแปลว่า เดรสยาว ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า &lt;strong&gt;Cheongsam&lt;/strong&gt; นั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_ZyqibHCTYgo/TUiTJevTUJI/AAAAAAAAAmA/piHlDgyhivg/s320/yl.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;Yao Lee นักร้องหญิงชื่อดังจากเซี่ยงไฮ้ ช่วงปี 1930-1940&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit : http://superheidiz.blogspot.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;                ปี 1930 กี่เพ้า ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศจีน ซึ่งมีลักษณะที่หลากหลายมากขึ้น มีทั้งแบบสั้น แบบยาว มีปกและไม่มีปก และก็ยังถูกพัฒนาต่อไปอีก ตามแฟชั่นของโลกตะวันตก เช่น ทำปกสูง และ เป็นเดรสแขนกุด หรือ แขนเป็นทรงกระดิ่ง &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;               ในช่วงปี 1940 กี่เพ้า ถูกผลิตด้วยผ้าหลากหลายชนิดมากขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ในฤดูร้อน กี่เพ้า ถูกดัดแปลงโดยการตัดแขนออกเพื่อความสบาย ซึ่งในยุคนี้ กี่เพ้า จะไม่ค่อยมีการตกแต่งอะไรมากนัก จนกระทั่งปี 1949 เมื่อถึงยุคคอมมิวนิสต์ แฟชั่นทั้งหลายก็ถูกลดบทบาทลง แต่ชาวเซี่ยงไฮ้ส่วนหนึ่ง ก็ได้อพยพไปอยู่ฮ่องกง และก็ได้นำเอาแฟชั่นต่างๆไปด้วย ทำให้แฟชั่นแบบเซี่ยงไฮ้นี้ ยังคงอยู่ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;             ในยุคปี 1950 ผู้หญิงที่ทำงานใช้แรงงานในฮ่องกง มักใส่ชุด กี่เพ้า ที่ดัดแปลงให้เหมาะกับการทำงาน ผลิตจากผ้าขนสัตว์ ทอเป็นลาย Twill (ลายซี่โครงที่คู่ขนานกัน) และเริ่มถูกผสมผสานกับเสื้อผ้าที่ใส่สบายมากขึ้น เช่น เริ่มใส่คู่กับ เสื้อ กางเกงยีนส์ หรือชุดสูท กระโปรงต่างๆ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;             กี่เพ้า เริ่มถูกใช้เป็นชุดที่ดูทางการขึ้น หรือดาราหลายๆคนก็ใส่สำหรับงานแสดง โดยเฉพาะในไต้หวัน และ ฮ่องกง เช่น ในปีื 1960 Nancy Kwan ดาราสาวชาวฮ่องกง ใส่ชุดกี่เพ้าในหนังเรื่อง The World of Suzie Wong หนังที่โด่งดังทั้งในอังกฤษและอเมริกา นำแสดงคู่กับพระเอก William Holden แสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบ กี่เพ้า ของโลกตะวันตก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_T4cS8NRZAPc/TL_aM3K78PI/AAAAAAAAAFk/Dmy7PBttSe0/s1600/Suzie+Wong.gif"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;William Holden และ Nancy Kwan จากหนังเรื่อง The World od Suzie Wong ปี 1961&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit : http://iwontloveyoulongtime.blogspot.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://justunderthesurface.files.wordpress.com/2011/09/in-mood-01.jpg?w=545"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;จางม่านอี้ และ เหลียงเฉาเหว่ย ในหนัง In The Mood For Love (ปี 2000) &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;หนังรักโรแมนติกย้อนยุค ในบรรยากาศของฮ่องกงปี 1960&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit : http://justunderthesurface.wordpress.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;                  ในปัจจุบัน กี่เพ้า ยังคงเป็นแฟชั่นที่แสดงถึงวัฒนธรรมของหญิงชาวจีน บางสายการบิน ก็ใช้เป็นยูนิฟอร์มด้วย เช่น China Airlines เป็นต้น หรือแม้แต่โรงเรียนประถม มัธยม ในฮ่องกง ก็ใช้เป็นยูนิฟอร์มเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;                  กี่เพ้า ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับดีไซน์เนอร์ทั่วโลก ด้วยความคลาสสิค ที่ดึงเอาเสน่ห์ของหญิงสาวเอเชียออกมาได้อย่างงดงาม ทั้งแบรนด์อย่าง CD , Versace และ Ralph Lauren ก็ผสมผสานเอา กี่เพ้า มาใช้ในคอลเลคชั่นด้วยกันทั้งนั้น มนต์เสน่ห์ของ กี่เพ้า จึงยังคงอยู่ในโลกของแฟชั่นไปอีกแสนนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรียบเรียงข้อมูลจาก &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;wikipedia.org , superheidiz.blogspot.com , my-qipao.com&lt;/p&gt;
&lt;div&gt;&lt;span&gt;✿ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span&gt;✿ &lt;a href="http://www.facebook.com/brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;Facebook.com/BrownAsaBerryShop&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span&gt;✿ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span&gt;✿ ชั้น 2 Gateway เอกมัย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/35478400896</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/35478400896</guid><pubDate>Sun, 11 Nov 2012 19:13:00 +0700</pubDate><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>ชุดเด็ก</category><category>เดรส</category><category>dress</category><category>กี่เพ้า</category><category>วินเทจ</category><category>Vintage</category></item><item><title>✿ ตุ๊กตากระดาษ ของเล่นแฟชั่น สมัยคุณตาคุณยาย</title><description>&lt;p&gt;&lt;img alt="ตุ๊กตากระดาษ มะลิ บราวน์ Brown as a berry" height="302" src="https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/69704_436280279752685_278704131_n.jpg" width="450"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.436280083086038.98156.272021752845206&amp;amp;type=1"&gt;&lt;span&gt;&lt;strong&gt;มะลิ บราวน์&lt;/strong&gt; ตุ๊กตากระดาษ จาก เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry &lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;        หลังจากที่ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;&lt;strong&gt;Brown as a berry&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; แนะนำของเล่นน่ารักๆ ย้อนวัยคุณแม่คุณพ่อ ให้ทุกๆคนรู้จักกับตุ๊กตากระดาษประจำร้านของเรา &lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.436280083086038.98156.272021752845206&amp;amp;type=1" target="_blank"&gt;&amp;#8220;มะลิ บราวน์&amp;#8221;&lt;/a&gt; กันไปแล้ว ซึ่ง มะลิ บราวน์ จะมาพร้อมกับ &lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.435876226459757.98102.272021752845206&amp;amp;type=3" target="_blank"&gt;ชุดเดรส Polka Dot Sweet&lt;/a&gt; ทั้ง 4 แบบ แถมให้กับคุณแม่คุณพ่อคุณลูกนะคะ ( &lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.436280083086038.98156.272021752845206&amp;amp;type=1" target="_blank"&gt;ใครยังไม่รู้จัก มะลิ บราวน์ คลิกไปชมได้เลยค่า&lt;/a&gt; ) วันนี้ &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; เลยจะมาเล่าประวัติที่มาของ ตุ๊กตากระดาษกันให้ฟัง ว่ามีที่มายังไงกันบ้างค่ะ :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;        ตุ๊กตากระดาษ&lt;span&gt; &lt;/span&gt;หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า&lt;strong&gt; Paper Dolls&lt;/strong&gt; เป็นของเล่นที่ว่ากันว่า เก่าแก่พอๆกับที่มนุษย์ประดิษฐ์กระดาษขึ้นมาบนโลกนี้ ซึ่งรูปแบบของตุ๊กตากระดาษนั้น เป็นไปตามแต่ละวัฒนธรรมของซีกโลก ทั้งโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ก็ค้นพบตุ๊กตากระดาษด้วยกันทั้งนั้น &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;        ในฝรั่งเศส มีหลักฐานว่าตุ๊กตากระดาษประดิษฐ์ขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 (ยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 15) หรือราวๆ 400 ปีที่แล้ว ถูกเรียกว่า &lt;strong&gt;Pantins&lt;/strong&gt; ซึ่งแปลว่า การเต้นรำ มีไว้เป็นการแสดงให้ความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ และเป็นวงสัมคมชั้นสูง ลักษณะของ &lt;strong&gt;Pantins&lt;/strong&gt; จะวาดตุ๊กตาให้ใส่เสื้อผ้าแฟชั่นในยุคสมัยนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;        ในจีน ถูกเรียกว่า&lt;strong&gt; Hua Yang&lt;/strong&gt; , ในญี่ปุ่น คือ &lt;strong&gt;Kirigami&lt;/strong&gt; , ในโปแลนด์ คือ &lt;strong&gt;Wycinanki&lt;/strong&gt; , ในเยอรมัน และ สวิสเซอร์แลนด์ เรียกว่า &lt;strong&gt;Scherenschnitte&lt;/strong&gt;.  แทบจะทุกเชื้อชาติ ก็มีตุ๊กตากระดาษมานมนานไม่ต่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;        ตุ๊กตากระดาษที่เป็นประเภทตัดเสื้อผ้าแยกออกจากตัวตุ๊กตาเพื่อนำมาใส่ได้นั้น ถูกค้นพบยุคแรกในศูนย์กลางเมืองต่างๆของยุโรปที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ทั้งที่ เวียนนา , เบอร์ลิน , ลอนดอน , ปารีส ซึ่งก็มีลักษณะคล้ายๆกับ &lt;strong&gt;Pantins&lt;/strong&gt; ที่พบในฝรั่งเศส คือเป็นสิ่งบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ , วงสังคมชั้นสูง.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;        ตุ๊กตากระดาษที่ถูกผลิตจริงๆในเชิงการค้า เป็นตัวแรก ชื่อว่า &lt;strong&gt;Little Fanny&lt;/strong&gt; ผลิตโดย &lt;strong&gt;S&amp;amp;J Fuller&lt;/strong&gt; ในกรุงลอนดอน ช่วงปี 1810 ส่วนในฝั่งอเมริกานั้น ชื่อว่า &lt;strong&gt;The History and Adventures of Little Henry&lt;/strong&gt; พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ &lt;strong&gt;Belcher of Boston &lt;/strong&gt;ในปี 1812 และในช่วงปี 1820 ตุ๊กตากระดาษที่เป็นเซ็ตคอลเลคชั่น ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป และยังส่งออกไปที่อเมริกาอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://www.bloomsburyauctions.com/fiximages/NY005/1874.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ตัวอย่างตุ๊กตากระดาษ &lt;strong&gt;Little Fanny&lt;/strong&gt; ของ &lt;strong&gt;S&amp;amp;J Fuller&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit : bloomsburyauctions.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;            ตุ๊กตากระดาษที่ผลิตเป็นรูปของดารา หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงครั้งแรก คือ ผลิตเป็นนักบัลเล่ย์ชาวสวีเดน ที่ชื่อว่า &lt;strong&gt;Marie Taglioni&lt;/strong&gt; ผลิตขึ้นในปี 1830 และในช่วงปี 1840 ก็ออกเป็นเซ็ตนักบัลเล่ย์คนอื่นๆต่อมาอีก ซึ่งแต่ละคนเป็นนักบัลเล่ย์ที่รู้จักกันดีในยุคของพระราชินีวิคตอเรีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;            ในฝั่งของอเมริกา ยุคแรกๆ ตุ๊กตากระดาษเป็นเสมือนรางวัลสำหรับเด็กที่โชคดีเท่านั้น มักจะแทรกอยู่ตามหนังสือบางเล่ม และสมัยแรก ยังไม่มีที่หนีบเสื้อผ้ากับตัวตุ๊กตา แต่จะใช้ Wax แปะเสื้อผ้ากับตัวตุ๊กตาแทน ผู้ผลิตตุ๊กตากระดาษที่มีชื่อเสียงมากของอเมริกาในยุคแรกๆ เป็นสำนักพิมพ์ที่ตั้งขึ้นในช่วงปี 1828 ชื่อว่า &lt;strong&gt;McLoughlin Brothers &lt;/strong&gt;เป็นสำนักพิมพ์ที่ตั้งอยู่ใน นิวยอร์ค สำนักพิมพ์นี้เน้นการพิมพ์หนังสือสำหรับเด็ก ในยุคสมัยนั้น เป็นช่วงที่ตุ๊กตากระดาษได้รับความนิยมมากๆในอเมริกา &lt;strong&gt;McLoughlin&lt;/strong&gt; ผลิตตุ๊กตาที่ชื่อว่า &lt;strong&gt;Dottie Dimple , Lottie Love , Jenny June&lt;/strong&gt; เป็นต้น ต่อมาในปี 1920&amp;#160;&lt;strong&gt;McLoughlin Brothers&lt;/strong&gt; ก็ขายบริษัทให้กับ &lt;strong&gt;Milton Bradley&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt; &lt;/span&gt;&lt;img alt="" src="http://www.wilsonmuseum.org/bulletins/images_bulletin/ethel.jpg"/&gt;&lt;span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt; ตัวอย่างตุ๊กตากระดาษ ของ &lt;strong&gt;McLoughlin Brothers&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit&amp;#160;: Wilson Museum&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;              ในยุคกลางศตวรรษที่ 19&amp;#160;&lt;strong&gt;Raphael Tuck&lt;/strong&gt; บริษัทที่มีชื่อเสียงมากในการผลิตโปสการ์ด ในลอนดอน ก็หันมาทำตุ๊กตากระดาษด้วยเช่นกัน ในปี 1966&amp;#160;&lt;strong&gt;Raphael Tuck&lt;/strong&gt; ถูกเชิญจากพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ให้ผลิตตุ๊กตากระดาษให้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;              ตุ๊กตากระดาษได้ย้ายมาสู่สื่อใหม่อย่างนิตยสาร ในช่วงศตวรรษที่ 19  ปี 1859 นิตยสาร &lt;strong&gt;Godey&amp;#8217;s Lady&amp;#8217;s Book&lt;/strong&gt; เป็นนิตยสารเล่มแรกที่ตีพิมพ์ตุ๊กตากระดาษ หลังจากนั้น ตั้งแต่ปี 1900 เป็นต้นไป เราจะเห็นนิตยสารสำหรับผู้หญิงและเด็กมากมาย ตีพิมพ์ตุ๊กตากระดาษ ทำให้เป็นยุคที่กำเนิดศิลปินวาดตุ๊กตากระดาษขึ้นมากมาย อีกเล่มหนึ่งที่มีชื่อเสียงในช่วงต้น 1900s คือ &lt;strong&gt;The Good Housekeeping&lt;/strong&gt; โดยตุ๊กตาที่ชื่อว่า &lt;strong&gt;Polly Pratt Paper Doll &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://www.dixiegunworks.com/images/BO0923.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ตัวอย่างตุ๊กตากระดาษ จาก Godey&amp;#8217;s Lady&amp;#8217;s Book&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit : dixiegunworks.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;        ยุคที่ถือว่าเป็นยุคทองของตุ๊กตากระดาษ คือในปี 1930 ถึง 1950 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงสงคราม ตุ๊กตากระดาษก็ยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ ศิลปินวาดตุ๊กตากระดาษที่โด่งดังมากในยุคนั้นคือ &lt;strong&gt;Queen Holden&lt;/strong&gt; เธอทำงานให้กับสำนักพิมพ์ &lt;strong&gt;Whitman&lt;/strong&gt; ตั้งแต่ปี 1929 ถึง 1950 เธอวาดุ๊กตา &lt;strong&gt;Baby Patsy , Judy Garland , The Baby Shower Dolls , Hair-Do Dolls&lt;/strong&gt; นี่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น บางคนเชื่อว่า ตุ๊กตา Barbie ก็ได้รับอิทธิพลจากงานของเธอที่ชื่อว่า &lt;strong&gt;Queen&amp;#8217;s Glamour Dolls&lt;/strong&gt; ในปี 1940 ด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="" src="http://paperdollreview.com/images/nurseryschool.jpg"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ตัวอย่างตุ๊กตากระดาษ ของ Queen Holden ปี 1953&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;credit : http://paperdollreview.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;               อ่านดูแล้ว คิดถึงสมัยพวกเรายังเป็นเด็กๆใช่มั๊ยคะ? ตุ๊กตากระดาษเป็นของเล่นที่น่ารัก น่าสะสมทีเดียว คุณแม่คนไหนยังสะสมไว้ ลองมาเอาอวดกันบ้างนะคะ หรือถ้าคิดถึงวันเก่าๆของตุ๊กตากระดาษ ลองมาที่ร้าน &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;&lt;strong&gt;Brown as a berry&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; มาพบกับ &lt;a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.436280083086038.98156.272021752845206&amp;amp;type=1"&gt;&amp;#8220;มะลิ บราวน์&amp;#8221;&lt;/a&gt; ตุ๊กตากระดาษแสนจะน่ารักของพวกเราก็ได้ค่ะ :)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span&gt;✿&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;&lt;strong&gt; Brown as a berry เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;✿ &lt;a href="http://www.facebook.com/brownasaberryshop"&gt;Facebook.com/BrownAsaBerryShop&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;✿ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;✿ ชั้น 2 Gateway เอกมัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/35403556604</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/35403556604</guid><pubDate>Sat, 10 Nov 2012 20:16:02 +0700</pubDate><category>ตุ๊กตากระดาษ</category><category>paper doll</category><category>วินเทจ</category><category>Vintage</category><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>ชุดเด็ก</category><category>ของเล่น</category></item><item><title>Polka Dot ภาค 2 : 1980s เมื่อเจ้าจุดฟื้นคืนชีพ</title><description>&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.414955058551874.92826.272021752845206&amp;amp;type=3"&gt;&lt;img src="https://fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/255539_414955438551836_445728296_n.jpg" width="350"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.414955058551874.92826.272021752845206&amp;amp;type=3"&gt;&lt;img src="https://fbcdn-sphotos-h-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/643891_414955178551862_1003448963_n.jpg" width="350"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&gt;Brown as a berry . Polka DOT DOT DOT Collection&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;“Itsy Bitsy Teenie Weenie Yellow Polk Dot Bikini”&lt;/strong&gt; ท่อนเพลงของ Brian Hyland ที่โด่งดังเพลงหนึ่งในยุค 1960s บอกเล่าถึงความฮิตของแฟชั่น Polka Dot ในช่วงเวลานั้นได้ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;จากบทความที่แล้ว &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; นำเสนอ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://brownasaberry.tumblr.com/post/23665487692/polka-dot"&gt;&amp;#8220;รู้หรือเปล่าว่า Polka Dot มีที่มาอย่างไร&amp;#8221;&lt;/a&gt; ไป มีหลายๆคนให้ความสนใจกับประวัติความเป็นมาของ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ลายสุดฮิตที่สุดตลอดกาลลายนึงของโลกมากๆเลย มาวันนี้ &lt;strong&gt;Brown as a berry&lt;/strong&gt; ก็เลยนำเอาเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; มาเล่าให้ฟังกันต่อ  เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ เสื้อผ้าเด็ก คอลเลคชั่นใหม่ของเรา &lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.414955058551874.92826.272021752845206&amp;amp;type=3"&gt;“Polka DOT DOT DOT” &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;ใน เสื้อผ้าเด็ก คอลเลคชั่นใหม่ของ &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; นี้ เรานำบรรยากาศของปี &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; มาออกแบบเป็น เสื้อผ้าเด็ก ทรงวินเทจที่เพิ่มสีสันฉูดฉาดของยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; และบวกกับลาย &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; เข้าไป กลายเป็นแฟชั่นแบบ&lt;strong&gt; Pop Art&lt;/strong&gt;  ซึ่งยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; ถือเป็นยุคที่ &lt;strong&gt;Pop Art&lt;/strong&gt; มีอิทธิพลสูงสุดต่อทุกวงการ ทุกศาสตร์ที่จะเข้าถึงคนหมู่มากได้ง่าย ทั้งดนตรี , เทคโนโลยี , แฟชั่น ทุกอย่างมีสีสันจัดจ้าน สนุก เรียบง่าย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;พูดถึง &lt;strong&gt;Pop Art&lt;/strong&gt; กับ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; แล้ว สองสิ่งนี้เริ่มมาบรรจบกัน และเดินทางคู่กันมาตั้งแต่ยุค &lt;strong&gt;1960s&lt;/strong&gt;  โดยการสร้างผลงานศิลปะต่างๆจาก ศิลปิน &lt;strong&gt;Pop Art&lt;/strong&gt; ในยุค 60s อย่าง &lt;strong&gt;Roy Lichtenstein&lt;/strong&gt; ศิลปิน&lt;strong&gt; Pop Art&lt;/strong&gt; ชาวอเมริกัน ผู้ที่ชื่นชอบการ์ตูนแนว &lt;strong&gt;Comic Strip &lt;/strong&gt;(การ์ตูนที่เรามักจะเห็นเป็นรูปลูกโป่งออกมาจากตัวการ์ตูน แล้วใส่คำพูดลงไป) &lt;strong&gt;Roy&lt;/strong&gt; หลงใหล &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ที่เกิดจากการพิมพ์ ภาษาเทคนิคเรียกว่า&lt;strong&gt; “Ben-Day Dots”&lt;/strong&gt; ซึ่งเป็นเทคนิคการพิมพ์ที่นิยมใช้กับการ์ตูนในยุค 1950s-1960s จนกลายเป็นคาแรกเตอร์สำคัญในงาน &lt;strong&gt;Pop Art&lt;/strong&gt; ของเขา.&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img height="175" src="http://courseweb.stthomas.edu/mjodonnell/student/hartmann/images/culture/lichculture.jpg" width="173"/&gt; &lt;img height="175" src="http://courseweb.stthomas.edu/mjodonnell/student/hartmann/images/culture/lichzoomculture.jpg" width="175"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ภาพจาก&amp;#160;: &lt;/span&gt;&lt;a href="http://courseweb.stthomas.edu/mjodonnell/student/hartmann/culture.html"&gt;&lt;span&gt;&lt;a href="http://courseweb.stthomas.edu/mjodonnell/student/hartmann/culture.html"&gt;http://courseweb.stthomas.edu/mjodonnell/student/hartmann/culture.html&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;ศิลปินอีกคนที่มีอิทธิพลต่อ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ในยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; มากๆคือ &lt;strong&gt;Bridget Riley&lt;/strong&gt; ศิลปินสาวชาวอังกฤษ ศิลปินแนว &lt;strong&gt;Op Art&lt;/strong&gt; ( หรือ Optical Art เป็นศิลปะแนว Visual Art แขนงหนึ่ง ที่สร้างภาพบิดเบือนหรือหลอกสายตาคน ) ด้วยหลักการของการทำ&lt;strong&gt; Optical Art&lt;/strong&gt; มักใช้ลายที่ซ้ำกัน จะทำให้เกิดภาพลวงตาได้ เธอจึงมักใช้ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; มาสร้างผลงาน นอกจาก &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; แล้ว หลายๆงานของเธอก็ส่งผลต่อแฟชั่นในยุค 80s เหมือนกัน เช่น ลายตารางขาวดำ เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img height="313" src="http://www.boston.com/bostonglobe/ideas/brainiac/riley_metamorphosis.jpg" width="300"/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจาก : http://www.boston.com/bostonglobe/ideas/&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;&lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; เคยจืดจางลงไปหลังจากยุครุ่งเรืองที่สุด คือ &lt;strong&gt;1950s &lt;/strong&gt;แต่ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ก็ค่อยๆกลับมาได้รับความนิยมเรื่อยๆตั้งแต่ช่วงยุคปลาย &lt;strong&gt;1970s&lt;/strong&gt; เรื่อยมาจนกลับมาได้รับความนิยมสุดขีดอีกครั้งในยุคปี &lt;strong&gt;1980s &lt;/strong&gt;ในยุคแห่งแฟชั่น &lt;strong&gt;Retro&lt;/strong&gt; ที่เป็นการนำเอาแฟชั่นต่างๆจากยุค &lt;strong&gt;1950s&lt;/strong&gt; มาปัดฝุ่นเสียใหม่ และแน่นอนว่า หนึ่งในวัฒนธรรมของ &lt;strong&gt;1950s&lt;/strong&gt; ที่เปรี้ยวจี๊ดที่สุด จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก&lt;strong&gt; Polka Dot&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;การฟื้นคืนชีพอีกครั้งของ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ในยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; มาในรูปแบบของเสื้อ , ชุดกระโปรง แฟชั่นที่รองไหล่ใหญ่ๆ (Shoulder Pads) แม้แต่ &lt;strong&gt;Vivienne Westwood&lt;/strong&gt; แฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ยังใส่ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ลงไปในกระโปรงสุ่มอันโด่งดังของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;ในโลกบันเทิง ก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ฉายภาพการฟื้นคืนชีพของ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหนังในยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; อย่าง &lt;strong&gt;“Pretty Women”&lt;/strong&gt; ที่&lt;strong&gt; Julia Roberts&lt;/strong&gt; ทำให้ &lt;strong&gt;Richard Gere&lt;/strong&gt; ต้องอึ้งไปกับความสวยในชุดเดรส &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; สีน้ำตาลจุดขาว จนกลายเป็นหนึ่งในความคลาสสิคของยุคนั้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img height="202" src="http://1.bp.blogspot.com/-TLhrHHd33II/Td1uk3irZkI/AAAAAAAAw3g/BjmwyNnZlBc/s1600/Pretty-Woman-movie-08.jpg" width="300"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจาก : http://fashionheroines.blogspot.com/&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;เจ้าหญิงไดอาน่า หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างมากในยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; ก็ยังทรงชุด&lt;strong&gt; Polka Dot&lt;/strong&gt; อยู่บ่อยครั้ง หลายๆแฟชั่นนิสต์ได้กล่าวเอาไว้ถึง &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ว่า ด้วยความเรียบแต่ดูมีพลัง และมีเสน่ห์นั้น มันจึงเป็นลายที่สร้างบุคลิกที่ดูน่าภูมิฐานให้กับสาวๆได้เป็นอย่างดี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img height="225" src="http://thefashionoutlier.files.wordpress.com/2012/08/princess-diana-polka-dot-dress-style-fashion.jpg" width="300"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจาก : http://thefashionoutlier.wordpress.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;ศิลปินเพลงในยุค &lt;strong&gt;1980s &lt;/strong&gt;ก็มีมากหน้าหลายตาที่นิยม&lt;strong&gt; Polka Dot&lt;/strong&gt; เช่นกัน &lt;strong&gt;Madonna&lt;/strong&gt; ก็เป็นถือเป็นหนึ่งในศิลปินแห่งยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; ในสมัยนั้น &lt;strong&gt;Madonna&lt;/strong&gt; เป็น Icon แห่งยุคที่สร้างเทรนแฟชั่นมากมายให้กับยุคนั้น ในช่วงปลายยุค &lt;strong&gt;1980s Madonna&lt;/strong&gt; ก็ช่วยตอกย้ำเทรน &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; อีกครั้ง ตั้งแต่ในคอนเสิร์ตใหญ่ &lt;strong&gt;Blond Ambition World Tour&lt;/strong&gt; ไปจนถึงอัลบั้มรวมฮิต &lt;strong&gt;The Immaculate Collection &lt;/strong&gt;ที่ &lt;strong&gt;Madonna&lt;/strong&gt; ใช้ &lt;strong&gt;Polka Dot &lt;/strong&gt;เป็นธีมหลัก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img height="250" src="http://991.com/newGallery/Madonna-The-Immaculate-Co-14726.jpg" width="263"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;#160;: eil.com&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;แต่ถ้าพูดถึงความคลั่งไคล้จนเป็นเอกลักษณ์นั้น จะไม่พูดถึงเขาคนนี้เลยก็คงไม่ได้ &lt;strong&gt;Bob Dylan&lt;/strong&gt; ศิลปินแนวเพื่อชีวิตชาวอเมริกัน ที่โด่งดังอย่างมากตั้งแต่ยุค&lt;strong&gt; 1960s&lt;/strong&gt; เรื่อยมาจนปัจจุบัน ซึ่งเสื้อผ้าที่เขาใส่จนชินตานั่นก็คือเสื้อลาย &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ในยุค &lt;strong&gt;1980s Bob Dylan&lt;/strong&gt; เองก็ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตสไตล์ &lt;strong&gt;80s&lt;/strong&gt; ลาย&lt;strong&gt; Polka Dot&lt;/strong&gt; ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตของเขาเหมือนกัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img height="199" src="https://www.morrisonhotelgallery.com/images/medium/07_33.JPG" width="300"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจาก : https://www.morrisonhotelgallery.com/&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;span&gt;วิดีโอเกมส์ ความบันเทิงที่น่าตื่นเต้นที่สุดในยุค &lt;strong&gt;1980s &lt;/strong&gt;ก็ยังได้รับอิทธิพลจาก &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; นึกออกกันไหมว่ามันอยู่ในเกมส์อะไร? ..  &lt;strong&gt;Pac-Man&lt;/strong&gt; ยังไงล่ะ! ถือกำเนิดจากบริษัทเกมส์ยักษ์ใหญ่ในญีุ่ปุ่น&lt;strong&gt; Namco&lt;/strong&gt; เมื่อปี &lt;strong&gt;1982&lt;/strong&gt; เจ้าเกมส์ที่เต็มไปด้วย &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ตั้งแต่เจ้าตัว &lt;strong&gt;Pac-Man&lt;/strong&gt; ที่หน้าตาเป็นจุด ..ไล่กินจุดเต็มหน้าจอ จนฮิตไปทั่วโลก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img height="225" src="http://images.pictureshunt.com/pics/p/pacman_game-1973.gif" width="300"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;#160;: &lt;a href="http://free-extras.com"&gt;&lt;a href="http://free-extras.com"&gt;http://free-extras.com&lt;/a&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนเดียวของการฟื้นคืนชีพของ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ในยุค &lt;strong&gt;1980s&lt;/strong&gt; เท่านั้นเอง ยังมีเรื่องราวอีกมากมายเกี่ยวกับ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ซึ่งคราวหน้าเราจะมาคุยกันถึง &lt;strong&gt;Yayoi Kusama&lt;/strong&gt; ศิลปินแนว &lt;strong&gt;Avant-Garde&lt;/strong&gt; ชาวญี่ปุ่น ผู้ที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์แฟชั่นยักษ์ใหญ่ระดับโลก รวมถึงแบรนด์อย่าง&lt;strong&gt; Louis Vutton&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;Kusama&lt;/strong&gt; นี้เอง ที่แทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของ &lt;strong&gt;Polka Dot&lt;/strong&gt; ของโลกนี้ไปแล้ว พบกันครั้งหน้ากับ &lt;strong&gt;Polka Dot ภาค 3 :)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/media/set/?set=a.414955058551874.92826.272021752845206&amp;amp;type=3"&gt;&lt;img src="https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/534261_414955411885172_1505507482_n.jpg" width="350"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;strong&gt;Brown as a berry ✿ Kids Clothes ร้านเสื้อผ้าเด็กสไตล์วินเทจ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://goo.gl/maps/6Rs6o"&gt;&lt;strong&gt;✿ ชั้น 2 Gateway เอกมัย&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com"&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;a href="http://www.BrownAsaBerryShop.com"&gt;www.BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://facebook.com/brownasaberryshop"&gt;&lt;strong&gt;✿&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt; Facebook.com/BrownAsaBerryShop&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/31385899150</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/31385899150</guid><pubDate>Wed, 12 Sep 2012 12:02:00 +0700</pubDate><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>เสื้อเด็ก</category><category>วินเทจ</category><category>Polka Dot</category><category>โพลก้า ดอท</category><category>1980</category><category>Retro</category><category>เรโทร</category></item><item><title>✿ มาร้องเพลง Old MacDonald had a farm อี๊ - อาย - อี๊ - อาย - โอ.. กันเถอะ!</title><description>&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;img height="148" src="https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/559255_407747015939345_1927668688_n.jpg" width="400"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ “&lt;strong&gt;Old MacDonald had a farm&lt;/strong&gt; อี๊ - อาย - อี๊ - อาย - โอ!”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ ตั้งแต่พวกเราเป็นตัวกะเปี๊ยก จนกระทั่งมีเจ้าตัวเล็กเป็นของตัวเองกันแล้ว คงไม่มีใครที่ไม่เคยร้องเพลงนี้กันนะคะ.. เพลงที่สร้างบรรยากาศได้เข้ากับ เสื้อผ้าเด็ก คอลเลคชั่นใหม่ Vintage Farmer ของ &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; ได้ดีทีเดียว.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ ถึงเนื้อเพลงของเพลง &lt;strong&gt;“Old MacDonald had a farm”&lt;/strong&gt; จะคุ้นหูกันทุกคน แต่น้อยคนจะรู้ความหมายและที่มาของเพลงๆนี้.. อยากรู้กันมั๊ยคะ? ว่ามีที่มาอย่างไร เผื่อเอาไปเล่าให้เจ้าตัวเล็กได้ฟังก่อนนอนกัน..&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ เพลง &lt;strong&gt;“Old MacDonald had a farm”&lt;/strong&gt; เป็นเพลงประเภทบทกลอนสำหรับเด็กน้อย หรือ Nursery Rhyme เป็นบทกลอนโบราณที่แพร่หลายในอังกฤษและอีกหลายประเทศ (ต้นแบบของ Nursery Rhyme ก็คือเพลงขับกล่อมเด็กที่ฝรั่งเรียกว่า Lullabies นั่นเอง)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ ที่มาที่แท้จริงของเพลงๆนี้ ไม่แน่ชัดสักเท่าไหร่ แต่หลักฐานที่มีการค้นพบ อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มีการบันทึกเป็นเนื้อเพลงชื่อว่า &lt;strong&gt;“Ohio”&lt;/strong&gt; หรือ&lt;strong&gt; “Old MacDougal had a farm”&lt;/strong&gt; ที่มีเนื้อเพลงใกล้เคียงกับ Old MacDonald had a farm มาก ถูกเขียนโดย F.T. Nettleingham บันทึกอยู่ในหนังสือชื่อว่า &lt;strong&gt;“Tommy’s Tunes”&lt;/strong&gt; เป็นหนังสือที่รวบรวมเพลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เอาไว้ เนื้อเพลงเขียนไว้ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Old Macdougal had a farm in Ohio-i-o,&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;And on that farm he had some dogs in Ohio-i-o,&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;With a bow-wow here, and a bow-wow there,&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Here a bow, there a wow, everywhere a bow-wow.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ หลักฐานอีกหลายชิ้นยังพบว่า เนื้อเพลงนี้ถูกเปลี่ยนตามชื่อเมือง ชื่อสัตว์ อีกหลายๆเวอร์ชั่น เช่น เปลี่ยนเป็นชื่อ “มิสซูรี่” ชื่อเพลง &lt;strong&gt;“Old Missouri”&lt;/strong&gt; ถูกขับร้องโดย Mr. H.F. Walker of Missouri ในปี 1922 มีการค้นพบต่อไปอีกว่า มีเพลงที่ใช้ขับร้องในเกาะอังกฤษ เนื้อหาใกล้เคียงกัน มีชื่อว่า &lt;strong&gt;“The Farmyard, or The Merry Green Fields,”&lt;/strong&gt; ถูกค้นพบในปี 1908 จากการเก็บสะสม โดย Mrs. Goodey ในกรุงลอนดอน และตีพิมพ์ไว้ในหนังสือ “Cecil Sharp’s Collection of English Folk Songs.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ และยังเชื่อว่าเพลงที่เป็นรูปแบบเดียวกันนี้เคยถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของเพลงโอเปร่า ชื่อว่าเพลง &lt;strong&gt;“The Kingdom of the Birds”&lt;/strong&gt; ซึ่งถูกตีพิมพ์ไว้เมื่อปี 1719-1720 ในหนังสือเพลงชื่อดังที่มีการรวบรวมเพลงไว้มากที่สุดเล่มหนึ่ง ชื่อว่าหนังสือ&lt;strong&gt; “Wit and Mitrh: Or Pills to Purge Melancholy”&lt;/strong&gt; เขียนโดย Thomas d’Urfey นักเขียนและนักประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ กลับมาที่เพลง &lt;strong&gt;“Old MacDonald had a farm”&lt;/strong&gt; แบบที่ร้องกันในปัจจุบันกันบ้าง เพลงนี้ที่เราเคยได้ยินกันอยู่ ถูกบันทึกเสียงเก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการเก็บรักษาไว้ เป็นเวอร์ชั่นของวง Sam Patterson Trio โดยอยู่ในสังกัด Edison Label เมื่อปี 1925&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe frameborder="0" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/Oac-EO26gts" width="420"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ และยังตามมาด้วยเวอร์ชั่นที่ขับร้องโดย Gid Tanner &amp;amp; His Skillet Lickers ในสังกัด Columbia Records เมื่อปี 1927 อีกเวอร์ชั่นที่เป็นที่รู้จัก ถูกขับร้องโดยนักร้องชื่อดังในยุค 50s Frank Sinatra ในสังกัด Capitol เมื่อปี 1960 นอกจากนี้ เพลง &lt;strong&gt;“Old MacDonald had a farm”&lt;/strong&gt; ยังมีนักร้องชื่อดังอีกมากมายหลายคน ที่ขับร้องและบันทึกเป็นแผ่นเสียงไว้ ไม่ว่าจะเป็น Elvis Presley , Nat King Cole , Ella Fitzgerald , Isley Brothers เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe frameborder="0" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/VGTdsCEKvEY" width="560"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ ได้ฟังประวัติเพลง &lt;strong&gt;“Old MacDonald had a farm”&lt;/strong&gt; กันแล้ว คืนนี้ก่อนนอน ชวนเจ้าตัวเล็กร้องเพลงนี้ด้วยกันดีมั๊ยคะ? ^^&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Old MacDonald had a farm, EE-I-EE-I-O,&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอลด์แมคโดนัลด์ แฮด อะ ฟาร์ม , อี๊-อาย-อี๊-อาย-โอ ,&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;And on that farm he had a &lt;/strong&gt;&lt;em&gt;[animal name]&lt;/em&gt;&lt;strong&gt;, EE-I-EE-I-O,&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอนด์ ออน แดต ฟาร์ม ฮี แฮด อะ (ชื่อสัตว์) อี๊-อาย-อี๊-อาย-โอ,&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;With a [animal noise twice] here and a&lt;/strong&gt; &lt;em&gt;[animal noise twice]&lt;/em&gt;&lt;strong&gt; there&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิท อะ (เสียงร้องสัตว์) เฮีย แอนด์ อะ (เสียงร้องสัตว์) แดร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Here a &lt;/strong&gt;&lt;em&gt;[animal noise]&lt;/em&gt;&lt;strong&gt;, there a &lt;/strong&gt;&lt;em&gt;[animal noise]&lt;/em&gt;&lt;strong&gt;, everywhere a &lt;/strong&gt;&lt;em&gt;[animal noise twice]&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮีย อะ (เสียงร้องสัตว์), แดร์ อะ (เสียงร้องสัตว์), เอวรี่แวร์ อะ (เสียงร้องสัตว์ซ้ำสองรอบ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Old MacDonald had a farm, EE-I-EE-I-O.&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอลด์แมคโดนัลด์ แฮด อะ ฟาร์ม , อี๊-อาย-อี๊-อาย-โอ.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;img height="350" src="https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/582569_408116729235707_107993981_n.jpg" width="350"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;## ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Wikipedia.org&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Brown as a berry ✿ Kids Clothes&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ &lt;a href="http://goo.gl/maps/lei0c" target="_blank"&gt;ร้าน Brown as a berry ชั้น 2 เกตเวย์ (Gateway) เอกมัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;a href="http://www.BrownAsaBerryShop.com"&gt;www.BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ &lt;a href="http://www.facebook.com/brownasaberryshop" target="_blank"&gt;Facebook.com/BrownAsaBerryShop&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/29877073814</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/29877073814</guid><pubDate>Tue, 21 Aug 2012 11:01:00 +0700</pubDate><category>Gateway เอกมัย</category><category>ชุดเด็ก</category><category>ร้องเพลง</category><category>วินเทจ</category><category>เพลงเด็ก</category><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>แฟชั่น</category><category>เกตเวย์ เอกมัย</category></item><item><title>✿ สินค้าพิเศษสำหรับวันแม่ ผ้าพันคอคุณแม่ Brown as a berry...</title><description>&lt;img src="http://24.media.tumblr.com/tumblr_m8j5x9n5mu1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ สินค้าพิเศษสำหรับวันแม่ ผ้าพันคอคุณแม่ Brown as a berry ติดตามรายละเอียดได้ที่ facebook.com/brownasaberryshop นะคะ ^^ (Taken with &lt;a href="http://instagram.com"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/29114368457</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/29114368457</guid><pubDate>Fri, 10 Aug 2012 15:22:21 +0700</pubDate></item><item><title>✿ When I Was Young เมื่อฉันยังเป็นเด็ก...</title><description>&lt;p&gt;&lt;em&gt;“ภาพแห่งอดีต จริงๆ แล้วมันไม่เคยจากไปไหน มันอาจจะซุกอยู่ที่ซอกหนึ่ง ในลิ้นชัก&lt;/em&gt;ความทรงจำ&lt;em&gt; และอยู่อย่างนั้นมาตลอด”&lt;/em&gt; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประโยคหนึ่งที่เป็นคำโปรยของหนังไทยที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน “แฟนฉัน” ที่คงจำกันได้ดี.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเราโตขึ้น มีอายุมากขึ้นๆ โดยเฉพาะเมื่อเรามีครอบครัว มีเจ้าตัวเล็กเป็นของตัวเอง เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆคน คงแอบนึกย้อนกลับไปถึงสมัยที่เราเป็นเจ้าตัวเล็กซะเองบ้าง แน่นอนว่า ช่วงเวลานั้นมันเป็นช่วงเวลาที่เราๆมีความสุขกับความทรงจำดีๆ ซึ่งมันก็คงจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; ชวนคุณพ่อคุณแม่ แอบทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้สักครู่ แล้วมาย้อนอดีตสมัยเราๆเป็นเจ้าตัวเล็กกันซะเองดีกว่า ว่าใครจะจำอะไรกันได้มั่งเอ่ย.. &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนอื่น.. เราต้องเข้าไปเปิดห้องเก็บของ เปิดเจ้าตู้ หรือกล่องที่วางอยู่ในนั้น ฝุ่นอาจจะจับหนาไปหมดแล้ว ลองปัดฝุ่นมันดูสักหน่อย แล้วเปิดหาอัลบั้มรูปที่จับต้องได้ แทนการเปิดอัลบั้ม &lt;strong&gt;Facebook&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;Instagram&lt;/strong&gt; กันสักวัน มองหาเจ้าอัลบั้มรูปสีซีด ที่ทำให้เราแอบยิ้มได้ตั้งแต่เห็นแค่หน้าปก. &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;..เมื่อเปิดออกมา ลองค้นหาดูซิ.. ว่าพวกเรามีช่วงเวลาเดียวกันหรือเปล่าน๊า..&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="400" src="https://lh6.googleusercontent.com/-PyNWesC5Akg/UCDjTr992RI/AAAAAAAAB6I/tm35xSjuKns/s514/009.jpg" width="300"/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;br/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมฮิตๆ สมัยเด็ก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;สมัยที่เราเป็นเจ้าจิ๋ว คุณพ่อคุณแม่ของพวกเรา ก็เห่อเราไม่น้อยกว่าที่เราเห่อเจ้าตัวเล็กตอนนี้แน่นอน กิจกรรมที่พวกเรามีรูปเก็บไว้ ลองมาจัดอันดับกันสักหน่อย ว่าตรงกันมั๊ย&amp;#8230;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1. เต้น , รำ&lt;/strong&gt;  กิจกรรมเข้าจังหวะสุดฮิตของเด็กๆอนุบาลอย่างเราๆ ท่ามกลางเจ้าเวทีที่มีฉากหลังสีสด เช่น สีแดง พร้อมด้วยตัวหนังสือที่ตัดจากโฟม ทาสีโปสเตอร์เป็นชื่องาน แถมด้วยไฟสาดจากหน้าเวที ส่องขึ้นมาที่เหล่าเจ้าจิ๋ว ถ้าเป็นการเต้น ก็ต้องเป็นชุดแบบ สโมสรผึ้งน้อย ชุดสัตว์ต่างๆ เต้นกันอย่าง (ไม่) พร้อมเพรียง และพวกเราก็จะต้องทำหน้าตาเหวอๆหน่อย  ส่วนถ้าเป็นการรำ ก็ไม่พ้น เซิ้งกระติ๊บ เพลงสาวอีสานรอรัก หรือ หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ เก๋ๆไฮโซหน่อย ก็จะต้องเป็นฟ้อนรำชุดไทย แต่งหน้า ทาปากแดง (พร้อมทำหน้าเหวอๆเช่นกัน)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="image" height="350" src="https://lh5.googleusercontent.com/-xKBIIniw4cw/UCDjTKl6ZhI/AAAAAAAAB6A/7YjhcXBbBmY/s734/008.jpg" width="500"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2. กีฬาส&lt;/strong&gt;ี กิจกรรมสุดฮิตตลอดกาล ที่พวกเราและพ่อแม่ของพวกเรา ภาคภูมิใจกับเหรียญรางวัลต่างๆ เหมือนเราได้ไปโอลิมปิก ถึงแม้มันจะไม่ได้มีคุณค่าเป็นตัวเงิน แต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจจนถึงทุกวันนี้ เหรียญรางวัลจากการชักเย่อ วิ่งเปรี้ยว ที่พาลนึกไปถึงเจ้าค้อนสีๆที่ตีแล้วมีเสียงดัง รูปถ่ายตอนโค้งรับเหรียญ หรือชูเหรียญที่คอ ถ่ายคู่กับแก๊งค์เพื่อนๆจิ๋ว ต้องมีอยู่สักรูปสิน่า..&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="image" height="361" src="https://lh3.googleusercontent.com/-_nr8HD6S-_M/UCFaMWnb48I/AAAAAAAAB8E/vn5248rUn5Y/s500/Scan+wer3.jpg" width="500"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3. &lt;strong&gt;ร้องเพลง&lt;/strong&gt; ศิลปินน้อยถือไมค์ หน้าเครื่องเล่นเทป เครื่องเล่นแผ่นเสียง ทีวีจอนูน ตู้ทีวีไม้ แต่งชุดสวยๆ เท่ห์ๆ ตะโกนร้องเพลง เต้นกันอย่างสนุกสนาน มักเป็นช็อตสุดฮิตของวัยเรา รูปใบนั้นคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของคุณพ่อคุณแม่เราตอนที่ถ่ายอยู่แน่นอนเลย :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="image" height="370" src="https://lh6.googleusercontent.com/-8g1vsgbR-Lw/UCDjSA7kb1I/AAAAAAAAB54/XtznnAoTI6c/s683/007.jpg" width="500"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;strong&gt;สัตว์เลี้ยงในความทรงจำ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;สัตว์เลี้ยง เป็นความทรงจำดีๆของใครหลายๆคน ในชีวิตของพวกเรา เจ้าหมา หรือ เจ้าเหมียว เป็นสัตว์ประจำบ้านที่หลายๆบ้านต้องมีไว้ และคงจะมีเจ้าหมาเจ้าเหมียวหลายๆตัวที่จากเราไปอยู่บนสวรรค์มากมาย หลายๆครั้ง เรามักจะนึกถึงมัน แล้วเล่าเรื่องความน่ารัก น่าหมั่นเขี้ยว ความฉลาด ให้เพื่อนๆ คุณสามี คุณภรรยา คุณลูกๆเราได้ฟัง พร้อมรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะ ที่มีแต่เราที่เข้าใจความรู้สึกนั้นได้ดีที่สุดเสมอ คุณพ่อคุณแม่ยังจำพวกมันกันได้มั๊ยเอ่ย? ลองหารูปที่ถ่ายคู่กับพวกมัน ลองนึกถึงเรื่องราวในรูปนั้นของพวกมันดูสิ.. รับรองว่าจะต้องหัวเราะออกมาแน่นอน :)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;br/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="370" src="https://lh5.googleusercontent.com/-giIh8oQ9VTo/UCDjPmSfXlI/AAAAAAAAB5g/Km5bW1hDtY0/s670/004.jpg" width="500"/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;br/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;strong&gt;สถานที่เที่ยว ความสนุกที่ไม่เคยลืม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;สมัยที่พวกเรายังเป็นเด็กๆกัน ยังไม่มีห้างใหญ่ๆให้ช้อปปิ้งกันมากนัก สถานที่ที่คุณพ่อคุณแม่ของเราพาไปทุกวันหยุด เลยมักเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศดีๆ จินตนาการดีๆ ให้เราได้สนุกกันเสมอๆ สถานที่สุดฮิตมีอะไรกันบ้างนะ.. ลองมาเปิดอัลบั้มรูปสถานที่เที่ยวกันดีกว่า.&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;1.&lt;strong&gt;เขาดิน&lt;/strong&gt; อันดับหนึ่งในใจของเด็กๆเสมอๆ ความฝันที่จะได้ไปป้อนอาหารเจ้ายีราฟคอยาว ได้ไปดูเจ้าช้าง เจ้าลิงจ๋อ เป็นความฝันอันสูงสุด ที่พลาดไม่ได้อีกอย่างก็คงจะต้องเป็นเรือถีบ สวนสัตว์เป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้คุยกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้ สมัยเด็กๆ เราสามารถทักเจ้าช้าง ทักเจ้าจ๋อ ตะโกนเรียกฮิปโป ได้ เป็นความสามารถสุดพิเศษ ในอัลบั้มรูปของคุณพ่อคุณแม่ มีที่ได้ไปถ่ายที่เขาดินกันบ้างมั๊ยน้า..  :)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="361" src="https://lh6.googleusercontent.com/-KiqcMEGHbsQ/UCFaR1HuB0I/AAAAAAAAB8U/zkNfpavtH3M/s500/wert.jpg" width="500"/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;2.&lt;strong&gt;สวนสยาม&lt;/strong&gt; , &lt;strong&gt;แดนเนรมิต&lt;/strong&gt; สวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจของเด็กๆอย่างพวกเรา คงหนีไม่พ้นสองสถานที่นี้ เป็นความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ เมื่อได้ดูทีวี เจ้าสไลเดอร์ยักษ์เป็นแถบสีๆ พร้อมเพลงประกอบ “Hawaii-Five-O” มันติดตรึงใจให้เราอยากไปสวนน้ำนั้นเสมอ หรือ เจ้าปราสาทเหมือนในเทพนิยายที่ได้ฟังก่อนนอนเป๊ะเลย มันกลับมีอยู่จริงๆ และในนั้นก็มีเจ้าหญิงนิทรานอนอยู่ มีบ้านเห็ดของคนแคระ มีล่องแก่ง ทั้งหมดนี้อยู่ที่ดินแดนที่พวกเราเรียกว่า &lt;strong&gt;“แดนเนรมิต” &lt;/strong&gt;แต่มักจะออกเสียงบอกคุณพ่อคุณแม่ว่า &lt;strong&gt;“แดน-เด-ระ-มิด” &lt;/strong&gt;จะมีเด็กคนไหนไม่อยากไปบ้างล่ะ.. ในอัลบั้มรูปสีจางๆซีดๆนั้น มีรูปเจ้าจิ๋วยืนเต๊ะท่า ท้าวสะเอวถ่ายอยู่หน้าปราสาทกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย&amp;#8230; :)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="350" src="https://lh5.googleusercontent.com/-WBORwt_7YJ4/UCFaTkxaccI/AAAAAAAAB8c/8ypLjCwrYQE/s487/dsfdf.jpg" width="500"/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;3.&lt;strong&gt;หัวหิน พัทยา ทะเลในฝัน &lt;/strong&gt;เป็นความฝันของเด็กๆทุกคนที่จะอยากเห็นอ่างน้ำขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีเสียงคลื่น มีกระบะทรายขนาดมหึมา ให้เราได้ก่อปราสาทได้ไม่มีวันสิ้นสุด มีเปลือกหอยให้เราได้เก็บเล่นแบบไม่มีหมด สมัยที่เรายังเป็นเจ้าจิ๋วกัน เราไม่เคยมองทะเลเป็นโรงแรมสวยๆ ร้านเค้กเก๋ๆ นั่งชิวๆ แต่เราอยากจะเพลินไปกับการเล่นน้ำกันทั้งวันทั้งคืน อยากจะวิ่งเล่นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เรามีความสุขกับทะเลเสมอๆ และเมื่อเวลาผ่านไป เราได้ย้อนกลับไปมองรูปเก่าๆ เราจะพบอะไรที่มากกว่าแค่น้ำทะเลและหาดทราย นั่นคือ รอยยิ้มของคุณพ่อคุณแม่เราไง :)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="350" src="https://lh6.googleusercontent.com/-cdkvcLSSFxo/UCDjKgpShbI/AAAAAAAAB5I/_KC01xzkmYs/s737/001.jpg" width="500"/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;br/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4. &lt;strong&gt;สนามหลวง&lt;/strong&gt; พื้นที่กว้างๆโล่งๆที่เดียวสำหรับได้หายใจเต็มปอดในกรุงเทพฯ บรรยากาศของการเล่นว่าว ลมพัดยามเย็น นั่งปูเสื่อกันเป็นครอบครัว ร้านขายว่าวก็มีว่าวให้เลือกมากมาย ว่าวงูหางยาวววว ว่าวจุฬา ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ใครไฮโซหน่อยก็มีว่าวผ้าจากการแลกฝาโค้ก ของกินก็มีมากมาย สุดฮิตคงหนีไม่พ้น ไข่ปิ้ง และปลาหมึกปิ้ง ความสุขของเด็กๆที่ได้วิ่งๆๆ.. มองว่าวบนฟ้าโฉบไปโฉบมามากมายเต็มท้องสนามหลวง ยังเก็บรูปใบนั้นไว้อยู่หรือเปล่า? :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="image" height="350" src="https://lh6.googleusercontent.com/-IZPQDZis4pc/UCDjOfWi6pI/AAAAAAAAB5Y/9NrA39dQtyI/s738/003.jpg" width="500"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;br/&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชุดสวยๆ เท่ห์ๆ ที่เราเคยใส่  &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ยังจำกันได้มั๊ยว่า ชุดที่เราเคยใส่สมัยเป็นเด็กๆ มีชุดอะไรกันบ้าง? ถ้าเรานึกกันออก จะพบว่าเด็กไทยในยุคก่อน แทบทุกคนจะมีเสื้อผ้าที่เหมือนกันจนน่าตกใจ เพราะสมัยก่อน เสื้อผ้าเด็กมีอยู่ไม่มาก และสินค้าหลายๆประเภทก็ชอบที่จะแถมอะไรให้กับเด็กๆอย่างเรา ทำให้เรามีเสื้อผ้าเด็กที่เหมือนกัน อย่างเช่น &lt;strong&gt;เสื้อยืด CX-3&lt;/strong&gt; เสื้อยืดที่เด็กๆอย่างพวกเรามีกันทุกบ้านอย่างไม่น่าเชื่อ เสื้อจากปั๊มน้ำมัน&lt;strong&gt; Caltex&lt;/strong&gt; ที่เป็นที่นิยมของคุณพ่อคุณแม่ในยุคนั้น ลายการ์ตูนที่มีให้เลือกหลากหลายลาย แต่ลายสุดฮิตคงหนีไม่พ้นลาย &lt;strong&gt;“อิคิวซัง”&lt;/strong&gt; การ์ตูนที่ฮิตมากๆในยุคนั้น มีรูปสักใบมั๊ยนะ..ที่เราถ่ายโดยที่ใส่เจ้าเสื้อยืด &lt;strong&gt;CX-3&lt;/strong&gt; อยู่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="500" src="https://lh6.googleusercontent.com/--dApWoJ9rEk/UCFaOtaCh2I/AAAAAAAAB8M/zXbCrmPWd4Q/s693/Scan+5555.jpg" width="350"/&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;สำหรับสาวๆ ชุดเดรสหวานๆ ก็มักจะกุ๊กกิ๊ก สีหวานๆ เหลืองอ่อน ชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน มีลายปักด้วยมือเป็นรูปสัตว์น่ารักๆ  ที่เสื้อผ้าเด็กสมัยนี้หาได้ดูได้ยาก คุณแม่ทั้งหลายที่จำได้ว่าตัวเองใส่ชุดเดรสหวานๆ ลองมองหารูปที่ถ่ายสมัยเด็กๆสักใบมาแบ่งปันให้เพื่อนได้ดูกันสิ.. ว่าชุดหวานแหววชุดนั้น เราใส่แล้วน่ารักขนาดไหน รับรองว่าไม่แพ้เจ้าจิ๋วของเรากันแน่นอน :)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="image" height="350" src="https://lh5.googleusercontent.com/-L9wwWYjBZ9g/UCFaJx3t9NI/AAAAAAAAB78/fn4aEm8rud8/s450/Scan+1hjh.jpg" width="370"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และสุดท้าย.. ชุดที่สำคัญที่สุด.. ชุดนักเรียน ความทรงจำของชุดนักเรียนสมัยเด็กๆ เป็นการเรียนรู้ขั้นสำคัญขั้นหนึ่งของชีิวิตพวกเรา เราได้หัดแต่งตัวเอง ติดกระดุมเอง และมีคุณแม่คอยช่วยทำผม หวีผม ปะแป้ง ใส่ถุงเท้า ใส่รองเท้าให้เรา ในขณะที่เราต้องหัดตื่นนอนแต่เช้า กินข้าว เพื่อไปโรงเรียน มันเป็นก้าวที่ดูยิ่งใหญ่ของชีวิตเด็กน้อย และมันก็เป็นความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งสำหรับคุณแม่คุณพ่อของเราเช่นกัน :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img alt="image" height="350" src="https://lh3.googleusercontent.com/-8XVW_6GsNqk/UCDjQgVw44I/AAAAAAAAB5w/51UDzpxb9q8/s729/006.jpg" width="500"/&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย&amp;#8230; หลังจากเปิดกล่องความทรงจำดีๆของเรา ความทรงจำดีๆทำให้เราได้ยิ้มกันบ้างมั๊ย? พวกเรา &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt; &lt;/strong&gt;เชื่อว่า ความรู้สึกดีๆ ความทรงจำดีๆในอดีตจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่จะให้สิ่งดีๆ ความรู้สึกดีๆแบบที่พวกเราเคยได้รับ กลับไปที่เจ้าจิ๋วในวันนี้เช่นกัน.. วันหยุดนี้ ก็ลองหยิบรูปเก่าๆ นั่งล้อมวงคุณพ่อคุณแม่ แล้วเล่าเรื่องราวดีๆแบบนี้ ให้พวกเค้าฟังกันบ้างดู ก็น่าสนุกดีนะ :)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Brown as a berry ✿ Kids Clothes เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;ชั้น 2 Gateway เอกมัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;a href="http://www.BrownAsaBerryShop.com"&gt;www.BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;✿ &lt;/strong&gt;&lt;a href="http://www.facebook.com/brownasaberryshop" target="_blank"&gt;Facebook.com/BrownAsaBerryShop&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28920977233</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28920977233</guid><pubDate>Wed, 08 Aug 2012 01:30:00 +0700</pubDate><category>Gateway เอกมัย</category><category>ชุดเดรส</category><category>ย้อนยุค</category><category>วินเทจ</category><category>เขาดิน</category><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>แดนเนรมิต</category><category>วันแม่</category><category>สวนสยาม</category></item><item><title>✿ น้องชิโช่ กับคอลเลคชั่น Vintage Farmer ของ Brown as a berry ...</title><description>&lt;img src="http://24.media.tumblr.com/tumblr_m8dg7cciM81rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ น้องชิโช่ กับคอลเลคชั่น Vintage Farmer ของ Brown as a berry  (Taken with &lt;a href="http://instagram.com"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28894133223</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28894133223</guid><pubDate>Tue, 07 Aug 2012 13:18:47 +0700</pubDate></item><item><title>✿ เตรียมพบกับ Vintage Farmer พิเศษ Limited Edition เร็วๆนี้! ที่...</title><description>&lt;img src="http://24.media.tumblr.com/tumblr_m7wmoiasne1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ เตรียมพบกับ Vintage Farmer พิเศษ Limited Edition เร็วๆนี้! ที่ ชั้น 2 Gateway เอกมัย และ &lt;a href="http://www.BrownAsaBerryShop.com"&gt;www.BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt; ค่ะ :)  (Taken with &lt;a href="http://instagram.com"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28243918106</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28243918106</guid><pubDate>Sun, 29 Jul 2012 11:19:30 +0700</pubDate></item><item><title>✿ อย่าลืมมาเจอกันกับ Brown as a berry ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้...</title><description>&lt;img src="http://24.media.tumblr.com/tumblr_m7sxssuky61rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ อย่าลืมมาเจอกันกับ Brown as a berry ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้ ที่ชั้น 2 Gateway เอกมัย :) BrownAsaBerryShop.com (Taken with &lt;a href="http://instagram.com"&gt;Instagram&lt;/a&gt; at Brown as a berry Kids Clothes )&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28106413260</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/28106413260</guid><pubDate>Fri, 27 Jul 2012 11:29:15 +0700</pubDate></item><item><title>✿ Premium Brown ชุดเดรสกระโปรงยีนส์ มาแรงจากคอลเลคชั่น Vintage...</title><description>&lt;img src="http://25.media.tumblr.com/tumblr_m6pyhy9wSY1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ Premium Brown ชุดเดรสกระโปรงยีนส์ มาแรงจากคอลเลคชั่น Vintage Farmer ราคา 790 บ. ซื้อสินค้าครบ 1,500 บ.สมัครสมาชิก Brown as a berry Family Member ฟรี! ส่วนลดพิเศษมากมายค่ะ :) (Taken with &lt;a href="http://instagram.com"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/26604522572</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/26604522572</guid><pubDate>Fri, 06 Jul 2012 10:17:58 +0700</pubDate></item><item><title>✿ คอลเลคชั่นล่าสุด Vintage Farmer มาแล้ว.....</title><description>&lt;img src="http://25.media.tumblr.com/tumblr_m6ks28GPIg1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ คอลเลคชั่นล่าสุด Vintage Farmer มาแล้ว.. เชิญชมและสั่งสินค้าได้ที่ BrownAsaBerryShop.com #kids  (Taken with &lt;a href="http://instagram.com"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/26409417108</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/26409417108</guid><pubDate>Tue, 03 Jul 2012 15:10:56 +0700</pubDate><category>kids</category></item><item><title>✿ วันสุดท้ายแล้วนะคะ สำหรับงาน Biff&amp;Bil ที่เมืองทองฯ...</title><description>&lt;img src="http://24.media.tumblr.com/tumblr_m6gm8t8HsQ1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ วันสุดท้ายแล้วนะคะ สำหรับงาน Biff&amp;Bil ที่เมืองทองฯ พบกันได้กับคอลเลคคชั่นล่าสุด Vintage Farmer ของ Brown as a berry เป็นที่แรก :) (Taken with &lt;a href="http://instagram.com"&gt;Instagram&lt;/a&gt; at IMPACT Challenger 2 (อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 2))&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/26247997450</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/26247997450</guid><pubDate>Sun, 01 Jul 2012 09:14:52 +0700</pubDate></item><item><title>✿ แจ้งทราบๆ ครอบครัว Brown as a berry ทุกคน...</title><description>&lt;img src="http://25.media.tumblr.com/tumblr_m67i7zFoOd1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ แจ้งทราบๆ ครอบครัว Brown as a berry ทุกคน ครั้งแรก!!กับคอลเลคชั่นล่าสุด “Vintage Farmer” มาเจอกันได้ที่ อิมแพคเมืองทองฯ เสาร์-อาทิตย์นี้ที่บูธ N1 นะคะ :)  (Taken with &lt;a href="http://instagr.am"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25905643338</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25905643338</guid><pubDate>Tue, 26 Jun 2012 11:09:34 +0700</pubDate></item><item><title>✿ 30 มิถุนา พบกับคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Vintage...</title><description>&lt;img src="http://25.media.tumblr.com/tumblr_m600v1phvT1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ 30 มิถุนา พบกับคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Vintage Farmer” ติดตามรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ :)  (Taken with &lt;a href="http://instagr.am"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25621716005</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25621716005</guid><pubDate>Fri, 22 Jun 2012 10:11:24 +0700</pubDate></item><item><title>✿ เตรียมตัวย้อนเวลากลับไปพบกับ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด...</title><description>&lt;img src="http://24.media.tumblr.com/tumblr_m5wen26fXr1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ เตรียมตัวย้อนเวลากลับไปพบกับ คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Vintage Farmer” จาก Brown as a berry ..รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ :) #kids  (Taken with &lt;a href="http://instagr.am"&gt;Instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25484991666</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25484991666</guid><pubDate>Wed, 20 Jun 2012 11:18:37 +0700</pubDate><category>kids</category></item><item><title>ชุดกะลาสี เสื้อผ้าเด็กสุดฮิตตลอดกาลของเจ้าจิ๋วทั่วโลก</title><description>&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;img alt="image" height="200" src="https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/541302_367917983255582_128715488_n.jpg" width="300"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;The Artist ✿ アーティスト: &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt; Kids Clothes&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ เสื้อกะลาสี หรือฝรั่งเรียกว่า Sailor Suit นั้น มีที่มายาวนานราวๆ 2 ร้อยปีน่าจะได้ ที่สำคัญคือเจ้าชุดกะลาสีนี้ ถูกรู้จักไปทั่วโลก ไม่ใช่เพราะจากการแต่งตัวของผู้ใหญ่เท่าไหร่นัก แต่กลับเป็นเพราะมันเป็นแฟชั่น &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" title="เสื้อผ้าเด็ก สไตล์วินเทจ Brown as a berry" target="_blank"&gt;เสื้อผ้าเด็ก&lt;/a&gt;ที่มีชื่อเสียงที่สุดชนิดหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก! &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันนี้มาทำความรู้จักชุดกะลาสี หรือ Sailor Suit ไปพร้อมๆกับเรา &lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;Brown as a berry&lt;/a&gt; กันดีกว่า.. :-)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="402" src="http://farm5.static.flickr.com/4084/4998933865_019a829028.jpg" width="250"/&gt;ถ้าจะพูดถึงที่มีการกล่าวถึงชุดกะลาสีในประวัติศาสตร์ครั้งแรก ประเทศที่ถูกพูดถึงเอาไว้ในบันทึกต่างๆคือมาจากประเทศอังกฤษ ช่วงเวลาในต้นศตวรรษที่ 17 มีการจับเด็กๆให้แต่งตัวคล้ายๆกับกะลาสีเรือของอังกฤษ ที่มักแต่งตัวด้วยกางเกงขายาวถึงเข่า ที่เรียกว่า Pantaloons ซึ่งเป็นทรงที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้น นั่นน่าจะเป็นที่มาของเด็กผู้ชายในอังกฤษที่นำสไตล์เสื้อผ้าของกะลาสีมาสู่สไตล์เสื้อผ้าเด็กเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ช่วงต้นของศตวรรษ ก่อนที่ผู้ใหญ่จะได้ใส่เป็นแฟชั่นซะอีก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;หลังจากที่เด็กผู้ชายในอังกฤษนำชุดกะลาสีมาใส่ ก็ถูกเผยแพร่จนไปถึงฝรั่งเศสและอาณานิคมเป็นสไตล์ที่เด็กผู้หญิงนำไปดัดแปลงใส่เป็นชุดที่เรียกว่า Frocks&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;มีนักเขียนชื่อดังหลายต่อหลายคน บันทึกถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชุดเด็กที่ค่อนข้างใส่แล้วไม่สบายในสมัยนั้น ตั้งแต่ John Locke นักปราชญ์ชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งมีอิทธิพลต่อเนื่องมาถึง Jean Jacques Rousseau นักปราชญ์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสในยุคต่อ มีการพูดถึงผลกระทบของการใส่เสื้อผ้าที่ไม่สบายของเด็กๆ จนควรที่จะต้องเปลี่ยนเป็นชุดที่สบายขึ้นอย่างเช่นชุด Skeleton ซึ่งเป็นชุดยาวเต็มตัวสำหรับเด็กผู้ชาย เป็นที่นิยมในยุค 1790 ถึง 1830 หรือจะเป็นชุด Sailor Suit หรือ กะลาสีก็ได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ข้ามมาในศตวรรษที่ 19 พ่อแม่ชาวอังกฤษนิยมให้ลูกใส่ชุดกะลาสีอย่างมาก จนเป็นที่ชินตา โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย การแต่งตัวชุดกะลาสีได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นหลังจากพระราชินีวิกตอเรียเองยังให้พระราชโอสและพระราชธิดาทรงชุดกะลาสี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 พระโอรสของพระราชินีวิกตอเรีย" height="300" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/dd/AlbertEdward.jpg" width="222"/&gt;&lt;/span&gt;✿ &lt;span&gt;ชุดกะลาสีเองก็ไม่ใช่ว่าจะมีแค่แบบเดียว แต่ชุดกะลาสียังมีหลากหลายสไตล์ เช่น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;สไตล์ Jersey Sailor หรือชุดกะลาสีแบบใช้ผ้ายืด ปรากฏในช่วงปี 1860s มีคอลัมนิสต์แฟชั่นในยุคนั้น แนะนำให้เด็กชายใส่ชุด Sailor แบบ Jersey กับหมวกสไตล์ Tam-0-shanter จะดูเก๋มากทีเดียวเชียว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;สไตล์ Jack Tar ( มาจากคำว่าว่า Tar คำสแลงของ Sailor ถูกใช้ประมาณปี 1676 จนกลายมาเป็น Jack Tar ในยุคปี 1780s มีที่มาจากผ้าประเภทที่อัดแน่นจนสามารถกันน้ำได้ เรียกว่า “Tarpaulin” )&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;สไตล์ Middy Sailor ซึ่งเป็นแบบที่ Brown as a berry ใช้ในคอลเลคชั่นนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;จุดเด่นโดยหลักๆของตัวเสื้อของกะลาสี จะมีลักษณะที่สำคัญคือ มีปกใหญ่เป็นแผ่นสี่เหลี่ยม คอเสื้อด้านหน้าเป็นตัว V &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;การจับคู่เก๋ๆของเสื้อกะลาสีกับชุดต่างๆ มีการแนะนำไว้มากมายตั้งแต่ยุคก่อน เช่น คอลัมนิสต์แฟชั่นของหนังสือ The Lady’s World ปี 1887 แนะนำว่า การจับคู่ของชุดแบบ Middy Sailor Suit หรือ Jack Tar ส่วนใหญ่จะใส่กับกางเกงขาสั้น เป็นที่นิยมอย่างมากในอเมริกา และหลายๆประเทศในยุโรป โดยเฉพาะในเยอรมัน กับอิตาลี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ส่วนใหญ่แล้วเด็กอังกฤษจะใส่ชุดกะลาสีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงอายุราว 8 ขวบ หลังจากนั้นก็จะเลิกใส่ เพราะเด็กในตระกูลที่มีฐานะทั้งหลาย มักจะส่งเด็กๆเข้าโรงเรียนประจำในช่วงอายุประมาณนั้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;✿ &lt;span&gt;ในหลายๆประเทศของเอเชีย ก็ได้รับอิทธิพลของชุดกะลาสีเช่นกัน ทั้ง ญี่ปุ่น , เกาหลี , ไต้หวัน และประเทศไทย ซึ่งจะมาในรูปแบบของชุดเครื่องแบบนักเรียน โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ได้รับความนิยมมาก แต่จะใช้เฉพาะกับเด็กผู้หญิง โดยมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Sailor Fuku หรือ Seifuku&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;Sailor Fuku หรือ Seifuku เข้ามาในญีุ่ป่นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยถูกใช้เป็นเครื่องแบบนักเรียนหญิงครั้งแรกที่โรงเรียน Heian Jogakuin เมื่อปี 1920&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;เสื้อกะลาสีมีความโดดเด่นในเรื่องของความสบาย เพราะไม่รัดจนเกินไป โปร่งสบาย เหมาะกับการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการความคล่องตัว เสื้อกะลาสีจะมีสีหลักๆอยู่ 2 สี คือสีน้ำเงินกรมท่า และสีขาว ซึ่งมีที่มาคือ ในอเมริกา ทหารเรือจะให้ใส่เป็นเครื่องแบบสีกรมท่าในช่วงหน้าหนาว ส่วนสีขาวจะให้ใส่ในช่วงหน้าร้อน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;img alt="image" height="244" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/e/eb/Donald_duck_debut.PNG" width="135"/&gt;ความนิยมของชุดกะลาสีสำหรับเด็ก ฝังรากลึกในวัฒนธรรมตะวันตกอย่างชัดเจน แม้กระทั่งในงานศิลปะที่มีชื่อเสียงต่างๆ ในปี 1929 Elzie Crisler Segar หรือ E.C. Segar ได้ให้กำเนิดตัวการ์ตูนตัวหนึ่ง ที่มีพละกำลังมหาศาลทุกครั้งที่กินผักโขม เรารู้จักเค้าในชื่อว่า Popeye&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ในปี 1934 Walt Disney บริษัทที่สร้างสรรค์งานศิลปะการ์ตูนระดับโลก ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ได้สร้างตัวละครขึ้นมาตัวหนึ่ง จนทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับตัวการ์ตูนที่จะมีชื่อเสียงไปตลอดกาล ปรากฏตัวในภาพยนตร์กว่า 150 เรื่อง เจ้าตัวการ์ตูนตัวนี้ แสดงให้เห็นถึงความนิยมในชุดกะลาสีที่มีต่อเด็กทั่วโลก แต่เราอาจจะลืมไปแล้วว่า เจ้าเป็ดสีขาวที่มีท่าทีเฉิ่มๆ ทำให้เด็กๆได้ขำกันทุกครั้งมาหลายสิบปีตัวนี้ ก็ใส่ชุดกะลาสีเช่นกัน เจ้าตัวการ์ตูนตัวนั้นก็คือ Donald Duck นั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;เห็นมั๊ยว่า.. ชุดกะลาสีเค้าฮิตกันขนาดไหน เจ้าจิ๋วคนไหนยังไม่เคยใส่ ก็อย่าลืมลองดูชุดกะลาสีในคอลเลคชั่น The Artist ของ Brown as a berry ดูได้นะ รับรองว่าเท่ห์อย่าบอกใครเลย :-)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span&gt;Brown as a berry &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;✿ &lt;strong&gt;&lt;span&gt;Kids Clothes&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;a href="http://www.BrownAsaBerryShop.com"&gt;www.BrownAsaBerryShop.com&lt;/a&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;a href="http://Facebook.com/brownasaberryshop" target="_blank"&gt;Facebook.com/BrownAsaBerryShop&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;ชั้น 2 Gateway เอกมัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;em&gt;&lt;span&gt;** เรียบเรียงข้อมูลและรูปจาก Wikipedia.org , histclo.tripod.com , farm5.static.flickr.com&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;img alt="image" height="450" src="https://fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/546725_367917909922256_4002697_n.jpg" width="300"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="http://www.brownasaberryshop.com" target="_blank"&gt;&lt;img alt="image" height="270" src="https://fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/578044_367917749922272_1631152746_n.jpg" width="400"/&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25343127181</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/25343127181</guid><pubDate>Mon, 18 Jun 2012 11:13:00 +0700</pubDate><category>เสื้อผ้าเด็ก</category><category>วินเทจ</category><category>เสื้อเชิ้ต</category><category>Vintage</category><category>กะลาสี</category></item><item><title>✿ แจ้งทราบๆ พบกับเสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry...</title><description>&lt;img src="http://25.media.tumblr.com/tumblr_m55dyyx3wI1rozw05o1_500.jpg"/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;p&gt;✿ แจ้งทราบๆ พบกับเสื้อผ้าเด็ก Brown as a berry ได้ที่ร้านเพื่อนบ้านเรา Vanilla Vintage ที่ CDC เลียบทางด่วนฯ และร้าน MADE ที่ Asiatique เจริญกรุง ได้แล้ววันนี้ค่า ^^  (Taken with &lt;a href="http://instagr.am"&gt;instagram&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;</description><link>http://brownasaberry.tumblr.com/post/24470635513</link><guid>http://brownasaberry.tumblr.com/post/24470635513</guid><pubDate>Tue, 05 Jun 2012 21:08:58 +0700</pubDate></item></channel></rss>
